นายกฯปัดข่าวโอบามาสายตรงกดดันส่งตัวบูท

นายกฯปัดข่าวโอบามาสายตรงกดดันส่งตัวบูท
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ไม่เคยโทรศัพท์มาพูดคุยกับตนเป็นการส่วนตัว เพื่อกดดันเรื่องการส่งตัว นายวิคเตอร์ บูท นักโทษคดีค้าอาวุธชาวรัสเซีย แต่มีเพียงการหารือกับ นายเอริค จี จอห์น เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ในเรื่องความห่วงใยของคดีว่า อาจจะมีอิทธิพลเข้าแทรกแซงคดี ซึ่งตนได้ยืนยันว่า ไม่มีการกดดันรัฐบาลไทย พร้อมกับย้ำว่ารัฐบาลดำเนินการตามกฎหมายแต่ก็ใช้ระยะเวลานาน ส่วนเอกสารลับที่ถูกนำมาเปิดเผยนั้น เป็นเอกสารของสหรัฐอเมริกา ไม่เกี่ยวข้องกับไทย แต่มีความเข้าใจว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ติดตามอยู่ด้วย

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กัมพูชา เลื่อนเปิดทางเข้าปราสาทพระวิหาร ในวันที่ 5 ธ.ค.นี้ ออกไปก่อน โดยยืนยันว่า ตนยังไม่ได้ทราบเรื่องดังกล่าว พร้อมกับยืนยันว่า ขณะนี้ไม่มีการถอนกำลังออกจากพื้นที่ ส่วนที่กลุ่ม ส.ส.เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยเรื่องบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทยกัมพูชา หรือ JBC 3 ฉบับ นั้น หากมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญจริง คณะกรรมาธิการก็จะต้องหยุดการพิจารณาจนกว่าศาลจะมีความชัดเจน



นายกฯ หวังถก พธม.ก่อน11ธ.ค. แนะความมั่นคง ดูการเปิดโรงเรียน นปช.ใหม่

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ภรรยา น.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ประกาศจะมีการเปิดโรงเรียน นปช.อีกครั้งหนึ่งนั้น ตนเห็นว่า ฝ่ายความมั่นคง ต้องติดตามดูแล ไม่ให้เกิดการกระทำที่ผิดกฎหมาย หรือ มีการดำเนินการที่กระทบกับสถาบันหลักของชาติ ขณะที่ความเคลื่อนไหวการชุมนุมของกลุ่ม 24 มิ.ย. ที่นำโดย นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ประกาศจะแต่งกายชุดดำ ตลอดเดือนธันวาคม รวมทั้งกลุ่มของ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ เตรียมจัดกิจกรรมวอนนอนคุก ในวันที่ 5 ธ.ค.นี้นั้น ตนอยากให้คำนึงถึงความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และคำนึงถึงความรู้สึกของคนไทยทั่วไปด้วย

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังประสานเพื่อพูดคุยทำความเข้าใจกับแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ แต่ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องวันและเวลา ซึ่งส่วนตัวอยากให้มีการหารือ ก่อนวันที่ 11 ธ.ค.นี้ ที่จะมีการนัดชุมนุมกัน ส่วนกรณีที่ น.พ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ผู้ประสานงานกลุ่มเสื้อหลากสี เข้าพบตนเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมานั้น ได้ชี้แจงว่า มีการแปรญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 แล้ว โดยมีสมาชิกวุฒิสภาหลายคนให้การรับรอง อย่างไรก็ตาม การพูดคุยกับแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ นั้น จะขอความร่วมมือให้เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบของกฎหมาย