เตือนรับมือ! "มวลอากาศเย็นกำลังแรง" อุณหภูมิลดฮวบ 5–7 องศาฯ ไทยตอนบนหนาวจัด

เตือนรับมือ! "มวลอากาศเย็นกำลังแรง" อุณหภูมิลดฮวบ 5–7 องศาฯ ไทยตอนบนหนาวจัด

เตือนรับมือ! "มวลอากาศเย็นกำลังแรง" อุณหภูมิลดฮวบ 5–7 องศาฯ ไทยตอนบนหนาวจัด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เตือนรับมือ! "มวลอากาศเย็นกำลังแรง" เข้าไทย อุณหภูมิลดฮวบ 5–7 องศาฯ อีสาน/เหนือหนาวจัด ส่วนใต้ระวังฝนหนัก (17–23 พ.ย. 68)

บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีฝน/ฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 17 – 18 พ.ย. หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 19 – 23 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลง อากาศเย็นถึงหนาว และมีลมแรง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 5 - 7 องศาเซลเซียส ภาคเหนืออุณหภูมิจะลดลง 4 – 6 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 2 – 5 องศาเซลเซียส 

ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงวันที่ 18 – 23 พ.ย. เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบน ประกอบกับจะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยและทะเลอันดามันห่างฝั่ง มีคลื่นสูงประมาณ 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร 

ข้อควรระวัง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและหนาวเย็นลง กับมีลมแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร 

ขอให้ประชาชนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือระวังอันตรายจากอัคคีภัยเนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งและมีลมแรง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง

สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทย และทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทย และห่างฝั่งทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งไว้ในช่วงวันที่ 18 – 23 พ.ย.

คาดหมายอากาศรายภาควันที่ 17 – 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

ภาคเหนือ

ในช่วงวันที่ 17 - 18 พ.ย. โดยมีฝน ร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 19 – 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 33 องศาเซลเซียส 
บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 7 - 15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 - 20 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 19 - 23 พ.ย. อากาศเย็นถึงหนาว และอุณหภูมิจะลดลง 4 - 6 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง 
อุณหภูมิต่ำสุด 14 – 20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 24 – 31 องศาเซลเซียส 
บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4 - 12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 - 30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ในวันที่ 17 - 18 พ.ย.โดยมีฝนร้อยละ 30 – 60 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 20 – 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27 - 31 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12 - 16 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 30 กม./ชม.
ในช่วงวันที่ 19 – 23 พ.ย.อากาศเย็นถึงหนาว และอุณหภูมิจะลดลง 5 – 7 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง 
อุณหภูมิต่ำสุด 14 – 20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 23 - 30 องศาเซลเซียส 
บริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 7 - 14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 40 กม./ชม.

ภาคกลาง

ในช่วงวันที่ 17 - 18 พ.ย. มีฝน ร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 21 – 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 - 32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 - 25 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 19 - 23 พ.ย. อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลง 3 – 5 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง
อุณหภูมิต่ำสุด 17 – 22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25 - 30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 - 35 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

ในช่วงวันที่ 17 - 18 พ.ย. มีฝน/ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 33 องศาเซลเซียส
ส่วนในช่วงวันที่ 19 - 23 พ.ย. อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลง 3 – 5 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยมีฝน ร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่ในวันที่ 19 พ.ย.
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 - 40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 - 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 17 – 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27 – 31 องศาเซลเซียส

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)

มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ ตลอดช่วง โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่ง
ในวันที่ 17 พ.ย.
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 18 - 23 พ.ย. ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 - 40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 21 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27 – 32 องศาเซลเซียส

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)

ในช่วงวันที่ 17 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ 
ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1 - 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดตรังลงไป ลมแปรปรวน ความเร็ว 15 - 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 18 - 23 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 - 40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 33 องศาเซลเซียส

กรุงเทพและปริมณฑล

ในช่วงวันที่ 17 - 18 พ.ย. มีฝน/ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 - 25 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 19 - 23 พ.ย. อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลง 2 - 4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง
อุณหภูมิต่ำสุด 19 – 22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27 – 31 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 - 35 กม./ชม.

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล