ย้อนหายนะ "หมอกปนควันครั้งใหญ่ของลอนดอนปี 1952" ทำคนเสียชีวิตกว่า 12,000 คน

ย้อนหายนะ "หมอกปนควันครั้งใหญ่ของลอนดอนปี 1952" ทำคนเสียชีวิตกว่า 12,000 คน

ย้อนหายนะ "หมอกปนควันครั้งใหญ่ของลอนดอนปี 1952" ทำคนเสียชีวิตกว่า 12,000 คน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคมปี 1952 กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ถูกปกคลุมด้วย “หมอกปนควัน” ที่หนาแน่นจนแทบมองไม่เห็นเส้นขอบฟ้า

เหตุการณ์ซึ่งรู้จักกันในชื่อ Great Smog of London เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 5–9 ธันวาคม 1952 และกลายเป็นหนึ่งในวิกฤตด้านมลพิษทางอากาศที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความวุ่นวายทางการจราจรและการค้าขาย แต่ยังทิ้งบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับสุขภาพสาธารณะและนโยบายสิ่งแวดล้อมไว้ให้โลกด้วย

london

สาเหตุรวมตัวของหมอกและควัน

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดจากการรวมตัวของปัจจัยหลายด้าน บวกอากาศที่เย็นจัด ทำให้ประชาชนเผาเชื้อเพลิงถ่านหินมากขึ้นทั้งในบ้านเรือนและภาคอุตสาหกรรม

ขณะเดียวกันมีปรากฏการณ์อากาศแบบ inversion ซึ่งกักอากาศเย็นและมลพิษไว้ชั้นล่าง ผลลัพธ์คือควันจากเตาอุ่นบ้าน โรงงาน และยานพาหนะรวมตัวกับหมอกตามธรรมชาติจนกลายเป็นม่านมลพิษหนาทึบ เต็มไปด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์และอนุภาคละเอียดที่เป็นอันตรายต่อปอด

ww

เหตุการณ์เป็นอย่างไร?

เช้าวันที่ 5 ธันวาคม หมอกเริ่มหนา และภายในไม่กี่ชั่วโมงวิสัยทัศน์ในหลายพื้นที่ลดลงอย่างรุนแรง รถเมล์และเรือโดยสารหลายลำต้องยกเลิกตารางเดินทาง บางย่านเกิดการจราจรติดขัดและอุบัติเหตุ เนื่องจากแทบมองไม่เห็นถนนหรือสัญญาณไฟ บางสถานที่ผู้คนต้องพึ่งพาไฟฉายและการสัมผัสเพื่อหาทางเดิน

lon

ผลกระทบต่อผู้คนและสาธารณสุข

ในช่วง 5 วันแรกมีผู้เสียชีวิตทันทีหลายพันคนจากภาวะหายใจลำบาก หัวใจล้มเหลว และภาวะแทรกซ้อนจากโรคทางเดินหายใจ ตัวเลขการศึกษาหลังเหตุการณ์ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตโดยรวมระหว่าง 4,000–12,000 คน

หากรวมผลกระทบระยะยาวต่อผู้ป่วยโรคปอดและหัวใจนั้นมีมากกว่า 100,000 คน โดยผู้สูงอายุและเด็กเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด นอกจากนี้ระบบขนส่งสาธารณะ โรงเรียน และกิจการค้าต่างๆ ล้มเหลวชั่วคราว ทำให้เมืองหยุดชะงัก

kew-bus-conductor-carrying-a-

การตอบสนองของรัฐและการเปลี่ยนแปลงทางนโยบาย

แม้ว่าการตอบสนองในช่วงแรกจะช้า แต่ผลกระทบรุนแรงของ Great Smog กระตุ้นการทบทวนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง

ในเวลาต่อมารัฐบาลอังกฤษออก Clean Air Act 1956 ซึ่งจำกัดการเผาเชื้อเพลิงถ่านหินในเขตเมือง กำหนดมาตรการควบคุมควัน และส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงที่สะอาดกว่า กฎหมายนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คุณภาพอากาศในเมืองใหญ่ของอังกฤษดีขึ้นในระยะยาว

_131927750_4338ec35-f519-43d0

บทเรียนที่ยังมีความหมายถึงวันนี้

Great Smog ไม่ได้เป็นแค่เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ แต่ยังเป็นคำเตือนว่าการผนึกกันของสภาพอากาศและมลพิษจากมนุษย์สามารถเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้กลายเป็นอันตรายแก่ชีวิตมนุษย์ได้

บทเรียนสำคัญที่ได้รับคือการลงทุนเพื่อควบคุมมลพิษตั้งแต่ต้นทาง การพัฒนาโครงสร้างพลังงานที่สะอาด และการมีนโยบายสาธารณสุขที่ตอบสนองต่อวิกฤตคุณภาพอากาศอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

tter

บทสรุป

หมอกปนควันครั้งใหญ่ของลอนดอนในปี 1952 เป็นเหตุการณ์ที่สอนให้รู้ว่าเมืองที่ขยายตัวและพึ่งพาเชื้อเพลิงสกปรกโดยไม่ปรับตัว ย่อมเสี่ยงต่อวิกฤตด้านสุขภาพและสาธารณูปโภค

เหตุการณ์นี้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่มีผลในระยะยาว และยังคงเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญสำหรับเมืองทั่วโลกที่กำลังเผชิญปัญหามลพิษทางอากาศในปัจจุบัน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล