แพทย์มะเร็งฮาร์วาร์ด เผย 6 สัญญาณ "แฝงตัว" ของมะเร็ง 3 ข้อแรกมักถูกมองข้าม!
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เผย 6 สัญญาณ "แฝงตัว" ของโรคมะเร็ง ที่ 3 ข้อแรกมักถูกมองข้าม!
ดร.เซาธ์ราบ เซธิ (Saurabh Sethi) ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งจากสหรัฐอเมริกา เตือนว่า อาการเจ็บปวดหรือตุ่มก้อนในร่างกายไม่ใช่สัญญาณเดียวของโรคมะเร็ง เพราะบางครั้งการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยของร่างกายก็อาจเป็นสัญญาณเตือนสำคัญได้เช่นกัน
หลายคนมักคิดว่ามะเร็งต้องมีอาการปวดรุนแรงหรือมีก้อนชัดเจน แต่ความจริงแล้ว เมื่ออาการเหล่านี้ปรากฏ มักหมายถึงโรคได้เข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว และที่สำคัญ มะเร็งหลายชนิดแทบไม่ก่อให้เกิดอาการปวดเลยด้วยซ้ำ
จากประสบการณ์การรักษาผู้ป่วยมะเร็งนับหลายสิบปี ดร.เซธิ ได้สรุป “6 การเปลี่ยนแปลงในร่างกาย” ที่มักเกิดขึ้นเมื่อมีเซลล์มะเร็งซ่อนอยู่ — โดยมีถึงครึ่งหนึ่งที่ผู้คนมักมองข้ามไป
1. รู้สึกเหนื่อยล้าเรื้อรัง แม้พักผ่อนเพียงพอ
อาการอ่อนเพลียอย่างรุนแรงและไม่ดีขึ้นแม้พักผ่อนเต็มที่ เป็นสัญญาณเตือนเริ่มต้นของโรคมะเร็ง ความเหนื่อยล้าลักษณะนี้ต่างจากความอ่อนแรงทั่วไป เพราะเกิดจากเซลล์มะเร็งที่ดูดซับสารอาหารของร่างกายไปใช้ในการเจริญเติบโต ทำให้พลังงานลดลงและร่างกายทรุดโทรม
ภาวะนี้มักพบในผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว และมะเร็งที่อยู่ในระยะลุกลาม
iStockphoto
2. เหงื่อออกกลางคืนมากผิดปกติ
หลายคนอาจคิดว่าเหงื่อออกกลางคืนเกิดจากอากาศร้อนหรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน แต่หากเหงื่อออกมากจนเสื้อผ้าและที่นอนเปียกชุ่ม ควรรีบตรวจสุขภาพ เพราะอาจเป็นสัญญาณของร่างกายที่กำลังพยายามต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง
ภาวะนี้เกิดจากความเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนและการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน พบได้บ่อยในผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งตับ หรือมะเร็งกระดูก
3. การขับถ่ายเปลี่ยนไปจากปกติ
หากมีอาการท้องเสีย ท้องผูก หรือปัสสาวะผิดปกติอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีสาเหตุที่แน่ชัด เช่น ปัสสาวะลำบาก หรือรู้สึกปัสสาวะไม่สุด นั่นอาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติภายใน
อาการเหล่านี้อาจเกิดจากก้อนเนื้อที่เติบโตและกดทับอวัยวะภายใน เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ซึ่งทำให้การขับถ่ายเปลี่ยนไป หรือมะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งกระเพาะปัสสาวะที่ส่งผลต่อการปัสสาวะ
4. น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
น้ำหนักที่ลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ควบคุมอาหารหรือออกกำลังกาย ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะหากน้ำหนักลดเกิน 5 กิโลกรัมภายในระยะเวลาสั้นๆ
สาเหตุเกิดจากเซลล์มะเร็งใช้พลังงานและสารอาหารจากร่างกาย ทำให้ระบบเผาผลาญเปลี่ยนแปลง และเกิดการอักเสบในร่างกาย มักพบในมะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งตับอ่อน มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งปอด
5. มีไข้เรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ
หากมีอาการไข้ต่ำๆ ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์โดยไม่หาย และไม่พบสาเหตุจากการติดเชื้อ ควรรีบพบแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังตอบสนองต่อการลุกลามของเซลล์มะเร็ง
โดยเฉพาะมะเร็งระบบเลือด เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันจะทำงานหนักจนทำให้เกิดอาการไข้เรื้อรัง
6. มีเลือดออกผิดปกติ
เลือดออกโดยไม่มีสาเหตุ เช่น ถ่ายอุจจาระมีเลือดปน หรือมีเลือดออกจากช่องคลอดนอกช่วงประจำเดือน รวมถึงไอมีเลือด หรือเลือดออกตามไรฟันง่ายผิดปกติ เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ควรระวัง
อาการเหล่านี้มักเกิดจากก้อนมะเร็งที่กดทับหรือเสียดสีเนื้อเยื่อจนเกิดการอักเสบและเลือดออก เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือมะเร็งปากมดลูก
สรุป
ดร.เซธิ เน้นย้ำว่า “มะเร็งไม่ใช่โรคที่มีแต่อาการปวดหรือก้อนเท่านั้น” การสังเกตความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยของร่างกายอย่างต่อเนื่องอาจช่วยให้ตรวจพบโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายได้มากขึ้น
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
