อย่าชะล่าใจ! "ง่วงหลังกินข้าว" อาจไม่ปกติเสมอไป หมอเตือน 5 อาการง่วง เสี่ยง "เบาหวาน"

อย่าชะล่าใจ! "ง่วงหลังกินข้าว" อาจไม่ปกติเสมอไป หมอเตือน 5 อาการง่วง เสี่ยง "เบาหวาน"

อย่าชะล่าใจ! "ง่วงหลังกินข้าว" อาจไม่ปกติเสมอไป หมอเตือน 5 อาการง่วง เสี่ยง "เบาหวาน"
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ง่วงหลังอาหาร อาจไม่ปกติเสมอไป เช็กเลย 5 สัญญาณเตือน อาการแบบไหนอันตราย? เสี่ยง "ภาวะดื้อต่ออินซูลิน"

28 ต.ค. 68 'หมอเจด' นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้โพสต์ข้อความเตือนภัยสุขภาพที่น่าสนใจ ระบุว่า

หลายคนอาจเข้าใจว่าอาการ ง่วงหลังอาหาร หรือ "หนังท้องตึง หนังตาหย่อน" เป็นเรื่องปกติของการอิ่มท้อง แต่ นายแพทย์เจษฎ์ ได้อธิบายว่า หากมีอาการง่วงจนอึดอัด หนักหัว หรือมึนเหมือนโดนดูดพลัง นั่นอาจไม่ใช่เรื่องปกติ

อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนว่า ระดับน้ำตาลในเลือดกำลังพุ่งสูงและตกฮวบลงอย่างรวดเร็วผิดปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณของ ภาวะดื้อต่ออินซูลิน และอาจนำไปสู่โรคเบาหวานระยะเริ่มต้นได้

เช็ก 5 อาการ "ง่วงแบบอันตราย"

นายแพทย์เจษฎ์ ได้แนะนำให้สังเกต 5 อาการที่บ่งบอกว่า "ง่วงแบบอันตราย" ซึ่งไม่ใช่อาการง่วงเพราะอิ่มตามปกติ ดังนี้

  1. ง่วงแบบตาเปิดไม่ขึ้น เกิดขึ้นทันทีที่น้ำตาลในเลือดพุ่งสูง ร่างกายจึงหลั่งอินซูลินออกมามากเพื่อรีบเก็บน้ำตาล พอน้ำตาลตกฮวบเร็วเกินไป สมองจะขาดพลังงานชั่วคราว ทำให้ง่วงหนัก วิธีแก้คือ ลองลดแป้งขัดสีในมื้อนั้น และเปลี่ยนไปเน้นโปรตีนกับผัก
  2. สมองเบลอ คิดช้าลง (Brain Fog) สมองประมวลผลช้า คิดอะไรไม่ออก หรือนึกคำพูดไม่ทัน นี่คือสัญญาณว่า "น้ำตาลในเลือดไม่นิ่ง" พลังงานไปเลี้ยงสมองไม่ต่อเนื่อง ลองเพิ่มโปรตีนหรือไขมันดี เช่น อัลมอนด์ ไข่ต้ม ระหว่างมื้อ
  3. มือสั่น ใจสั่น หรือหิวซ้ำ บางคนที่ต้องกินของหวานตบท้ายทุกมื้อ อาจไม่ใช่แค่นิสัย แต่เกิดจากภาวะน้ำตาลเหวี่ยงจนร่างกายต้องการโดพามีนมาชดเชย ลองเปลี่ยนเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำ (GI ต่ำ) เช่น ฝรั่ง เบอร์รี่ หรือจิบน้ำเปล่า
  4. อารมณ์หงุดหงิดง่าย ไม่มีเหตุผล อาการโมโหง่ายในช่วงสายหรือบ่าย เป็นผลจากระดับน้ำตาลในเลือดที่เหวี่ยงขึ้นลงรุนแรง จนไปรบกวนฮอร์โมนควบคุมอารมณ์ แนะนำให้ค่อยๆ ลดน้ำตาลแฝงในเครื่องดื่ม เช่น ชาเย็น ชาไข่มุก
  5. หิวเร็วมากภายใน 1-2 ชั่วโมงหลังอาหาร หากเพิ่งกินเสร็จไม่นาน แต่กลับหิวอีกแบบวูบๆ มือสั่น นั่นคืออินซูลินหลั่งมากเกินไป จนดึงน้ำตาลออกจากเลือดจนต่ำกว่าปกติ สมองจึงสั่งให้ "กินเพิ่มเดี๋ยวนี้" แนะนำให้ลดแป้งขาว เพิ่มโปรตีนและไฟเบอร์ (เช่น ข้าวกล้อง, ปลา, ผักต้ม)

คำแนะนำจากแพทย์

นายแพทย์เจษฎ์ สรุปว่า หากคุณมีอาการเหล่านี้ติดต่อกันเกินสัปดาห์ละ 3 ครั้ง อย่ารอให้ร่างกายส่งสัญญาณเตือนไปมากกว่านี้

ให้เริ่มปรับพฤติกรรมง่ายๆ เช่น ลดแป้งขัดสี เพิ่มโปรตีนและผักในมื้ออาหาร และพยายามเดินเบาๆ หลังอาหารประมาณ 10 นาที เพียงแค่เริ่มปรับให้ถูกจุด ระดับน้ำตาลในเลือดจะนิ่งขึ้น และอาการ ง่วงหลังอาหาร แบบอันตราย รวมถึงอาการหิวบ่อยและสมองเบลอ จะดีขึ้นภายใน 7 วัน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล