ปลาที่แช่ด้วยยูเรีย-บอแรกซ์ มักมี 6 ลักษณะนี้ ขายถูกแค่ไหน ก็อย่าซื้อมากินเด็ดขาด

ปลาที่แช่ด้วยยูเรีย-บอแรกซ์ มักมี 6 ลักษณะนี้ ขายถูกแค่ไหน ก็อย่าซื้อมากินเด็ดขาด

ปลาที่แช่ด้วยยูเรีย-บอแรกซ์ มักมี 6 ลักษณะนี้ ขายถูกแค่ไหน ก็อย่าซื้อมากินเด็ดขาด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ปลาที่แช่สารยูเรียและบอแรกซ์มักมี 6 ลักษณะนี้ อย่าซื้อมากินเด็ดขาด แม้จะราคาถูกแค่ไหนก็ตาม

พ่อค้าแม่ค้าบางรายใช้ปุ๋ยยูเรียและบอแรกซ์เพื่อยืดอายุความสดและทำให้ปลา รวมถึงอาหารทะเลอื่น ๆ ดูน่าซื้อยิ่งขึ้น

ตามที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขกล่าวไว้ การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการโกงผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อสุขภาพอีกด้วย แม้หน่วยงานรัฐจะออกคำเตือนหลายครั้ง แต่ปัญหานี้ก็ยังคงพบเห็นได้ในตลาดหลายแห่ง

อันตรายจากการบริโภคปลาที่แช่สารยูเรียและบอแรกซ์

สำนักข่าว Sức khỏe và Đời sống ของเวียดนาม รายงานว่า บอแรกซ์ คือสารฆ่าเชื้อชนิดอ่อนที่ใช้ในทางการแพทย์เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ส่วน ยูเรีย คือปุ๋ยเคมีที่ใช้ในภาคเกษตรกรรม ซึ่งมีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ทั้งสองสารนี้ถูกกระทรวงสาธารณสุขสั่งห้ามนำมาใช้ในการถนอมอาหารและการแปรรูปอาหาร

หากกินปลาและอาหารทะเลที่มีสารยูเรียและบอแรกซ์ในปริมาณมาก อาจเกิดอาการ อาหารเป็นพิษเฉียบพลัน เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ และท้องเสีย ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ที่ร้ายแรงกว่านั้นคือ หากกินปลาที่มีสารตกค้างสองชนิดนี้ในปริมาณน้อยอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจเกิด อาการพิษเรื้อรัง ได้แก่ อาการปวดหัวเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ นอนไม่หลับ ตับและไตทำงานผิดปกติ รวมถึงส่งผลกระทบต่อความทรงจำอีกด้วย

Shukhrat Umarov

ในบทสัมภาษณ์กับ VnExpress รศ.ดร.เหงียน ดุย ทิงห์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพและอาหาร เน้นย้ำว่า

"เมื่อใช้ยูเรียหมักปลาและอาหารทะเล สารนี้จะซึมลึกเข้าไปในเนื้อปลา แม้จะล้างหลายครั้งก็ไม่สามารถกำจัดสารพิษที่เป็นอันตรายออกได้หมด"

ซึ่งหมายความว่า หากคุณเผลอซื้อปลาที่แช่สารยูเรียมา ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะกำจัดสารพิษออกจนหมด

วิธีสังเกตปลาที่แช่สารยูเรียและบอแรกซ์

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้สังเกตลักษณะผิดปกติของปลาเพื่อหลีกเลี่ยงสารเคมี โดยสำนักข่าว Sức khỏe và Đời sống ระบุว่าปลาที่แช่สารยูเรียและบอแรกซ์มักมี 6 สัญญาณ ดังต่อไปนี้

  • เหงือกไม่สด แต่ปลาดูสดผิดปกติ เหงือกปลาไม่แดงสดอย่างที่ควรจะเป็น แต่โดยรวมแล้วปลาทั้งตัวกลับดูสดใหม่จนน่าสงสัย
  • เนื้อยุ่ยและไม่เด้ง เนื้อปลาจะนิ่มผิดปกติ เมื่อใช้นิ้วกดลงไปแล้วจะบุ๋มลงและคืนตัวช้า
  • มีกลิ่นแปลกปลอม แทนที่จะมีกลิ่นคาวตามธรรมชาติ ปลาจะมีกลิ่นฉุนหรือเหม็นเหมือนยา
  • ตาปลาบุ๋มลึก ดวงตาของปลาจะยุบตัวลึกลงไป
  • เกล็ดหลุดง่าย เกล็ดปลาจะไม่ยึดติดกับตัวปลาอย่างเหนียวแน่น แต่จะหลุดร่อนออกมาได้ง่าย
  • ฟองและกระดูกดำผิดปกติ เมื่อนำไปปรุงอาหาร จะมีฟองสีดำลอยขึ้นมา และกระดูกปลาจะกลายเป็นสีดำอย่างไม่น่าเป็นไปได้

ปลาสด vs ปลาที่แช่สารยูเรียและบอแรกซ์ปลาสด vs ปลาที่แช่สารยูเรียและบอแรกซ์

ในทางกลับกัน เพื่อให้เปรียบเทียบได้ง่ายขึ้น Michelin Guide เว็บไซต์ด้านอาหารชื่อดังระดับโลกได้ระบุลักษณะของปลาที่สดใหม่ไว้ ดังนี้

  • เหงือกแดงสด และอาจมีเลือดติดอยู่บ้าง
  • ครีบและหางมีความยืดหยุ่น ไม่เปราะหรือขาดง่าย
  • มีกลิ่นคาวตามธรรมชาติ ไม่ใช่กลิ่นฉุนหรือเหม็นเน่า
  • เนื้อแน่นและยืดหยุ่นดี เมื่อกดลงไปแล้วจะคืนตัว
  • ดวงตาใสและนูนเล็กน้อย เห็นรูม่านตาชัดเจน
  • เกล็ดเงางาม และติดแน่นกับลำตัว

วิธีการเลือกปลาสดMichelin Guideวิธีการเลือกปลาสด

คำแนะนำสำหรับผู้บริโภค

ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารแนะนำว่า เพื่อความปลอดภัย ผู้บริโภคควรเลือกซื้อปลาจากร้านค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือแผงขายอาหารทะเลที่น่าเชื่อถือและมีที่มาที่ไปชัดเจน

นอกจากนี้ ขณะเลือกซื้อ ควรสังเกตลักษณะของปลาสดให้ดี และไม่ควรหลงซื้อปลาที่ดู “ผิดปกติ” เพียงเพราะราคาถูกเกินไป ผู้บริโภคยังสามารถใช้ประสาทสัมผัสอื่น ๆ เช่น การมอง การดม และการสัมผัส เพื่อประเมินความสดของปลาก่อนตัดสินใจซื้อได้อีกด้วย

ปลาเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ดีต่อสุขภาพหัวใจและสมอง แต่หากไม่ระมัดระวัง การกินปลาที่แช่สารยูเรียและบอแรกซ์จะเปลี่ยนประโยชน์ให้กลายเป็นภัยร้าย การเลือกซื้ออย่างชาญฉลาดและใส่ใจตั้งแต่ตลาด จะช่วยปกป้องสุขภาพของทุกคนในครอบครัวได้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล