ไม่ใช่แซลมอน! "ฮอนมากุโระ" ราชาแห่งซาชิมิ แพงระดับไฮเอนด์ บางตัวราคา 100 ล้าน!

ไม่ใช่แซลมอน! "ฮอนมากุโระ" ราชาแห่งซาชิมิ แพงระดับไฮเอนด์ บางตัวราคา 100 ล้าน!

ไม่ใช่แซลมอน! "ฮอนมากุโระ" ราชาแห่งซาชิมิ แพงระดับไฮเอนด์ บางตัวราคา 100 ล้าน!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไม่ใช่แซลมอน! รู้จัก "ฮอนมากุโระ" ราชาแห่งซาชิมิ ทำไมถึงแพงระดับไฮเอนด์

เมื่อพูดถึงซาชิมิคุณภาพสูง หลายคนอาจนึกถึงปลาแซลมอนสีส้มสด แต่ในโลกของอาหารญี่ปุ่นชั้นสูงแล้ว ตำแหน่งราชาแห่งซาชิมิที่แท้จริงนั้นเป็นของ “ฮอนมากุโระ” (Hon-Maguro) หรือปลาทูน่าครีบน้ำเงิน ซึ่งเป็นวัตถุดิบราคามหาศาลที่ได้รับการยอมรับจากเชฟและนักชิมทั่วโลก เหตุผลเบื้องหลังราคาที่สูงลิ่วนี้มาจากหลายปัจจัยที่ซับซ้อน ตั้งแต่ความหายากไปจนถึงรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์

ฮอนมากุโระ คืออะไร?

ฮอนมากุโระ คือชื่อภาษาญี่ปุ่นของ ปลาทูน่าครีบน้ำเงิน (Bluefin Tuna) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ปลาทูน่าที่ใหญ่ที่สุดและเป็นที่ต้องการมากที่สุดในตลาด ได้รับการขนานนามว่าเป็น "เพชรดำแห่งท้องทะเล" เนื้อของมันโดดเด่นด้วยรสชาติที่เข้มข้น เนื้อสัมผัสที่นุ่มนวล และไขมันที่แทรกซึมอย่างสวยงาม ซึ่งแตกต่างจากปลาทูน่าสายพันธุ์อื่นอย่างสิ้นเชิง

เหตุผลเบื้องหลังราคาที่สูงเสียดฟ้า

ราคาที่สูงของฮอนมากุโระไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เกิดจากปัจจัยสำคัญหลายประการที่ทำให้มันกลายเป็นของหายากและมีคุณค่า

ความหายากและสถานะใกล้สูญพันธุ์

ความต้องการบริโภคปลาทูน่าครีบน้ำเงินทั่วโลกมีสูงมากจนน่าตกใจ ส่งผลให้เกิดการทำประมงเกินขนาด (Overfishing) มานานหลายทศวรรษ ทำให้จำนวนประชากรปลาในธรรมชาติลดลงอย่างมาก ปัจจุบันมีองค์กรมากมายที่พยายามควบคุมการจับเพื่ออนุรักษ์สายพันธุ์นี้ไว้ ซึ่งความหายากนี่เองที่เป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ราคาสูงขึ้น

เพาะเลี้ยงยากและต้นทุนสูง

แม้จะมีความพยายามในการเพาะเลี้ยงปลาทูน่าครีบน้ำเงินในฟาร์ม แต่ก็เป็นกระบวนการที่ท้าทายอย่างยิ่ง ปลาชนิดนี้มีขนาดใหญ่ เคลื่อนที่เร็ว และต้องการสภาพแวดล้อมพิเศษในการเจริญเติบโต ทำให้การเพาะเลี้ยงให้ได้คุณภาพเทียบเท่าปลาจากธรรมชาตินั้นมีต้นทุนที่สูงมาก

วัฒนธรรมการประมูล

ในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะที่ตลาดปลาโทโยสุ (Toyosu) ในกรุงโตเกียว การประมูลปลาทูน่าตัวแรกของปีถือเป็นงานใหญ่ที่ได้รับความสนใจจากสื่อทั่วโลก ปลาทูน่าครีบน้ำเงินขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพดีที่สุด อาจถูกประมูลไปในราคาหลายสิบล้านหรือแม้กระทั่งร้อยล้านบาท ซึ่งเป็นเหมือนการสร้างมาตรฐานราคาและตอกย้ำสถานะความพรีเมียมของมัน

ทุกส่วนคือความอร่อยที่ไม่เหมือนกัน

ความพิเศษของฮอนมากุโระคือเนื้อแต่ละส่วนมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้สามารถสร้างสรรค์เมนูได้หลากหลายและตอบสนองความต้องการของนักชิมที่แตกต่างกัน

  • โอโทโร่ (Otoro): เนื้อส่วนท้องที่มีไขมันแทรกอยู่มากที่สุด มีสีชมพูอ่อนจนเกือบขาว เป็นส่วนที่แพงและเป็นที่ต้องการมากที่สุด ให้รสสัมผัสนุ่มละมุนจนแทบละลายในปาก
  • ชูโทโร่ (Chutoro): เนื้อส่วนที่อยู่ถัดจากโอโทโร่ มีปริมาณไขมันรองลงมา เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความชุ่มฉ่ำของไขมันและความเข้มข้นของเนื้อแดง
  • อากามิ (Akami): เนื้อแดงส่วนกลางลำตัว มีไขมันน้อยที่สุด มีสีแดงสดและรสชาติเข้มข้นของเนื้อปลาทูน่าชัดเจนที่สุด เป็นส่วนที่พบได้ทั่วไปและมีราคาเข้าถึงง่ายที่สุด

ไม่ใช่แค่ปลา แต่คือประสบการณ์

การจัดการฮอนมากุโระตั้งแต่การจับ การขนส่ง การเก็บรักษา ไปจนถึงการแล่โดยเชฟผู้ชำนาญ ล้วนต้องใช้ความประณีตและเทคนิคขั้นสูงเพื่อรักษาสภาพเนื้อให้ดีที่สุด การได้ลิ้มรสฮอนมากุโระจึงไม่ใช่แค่การรับประทานอาหาร แต่เป็นประสบการณ์ทางวัฒนธรรมและศาสตร์แห่งรสชาติที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน

ดังนั้น ราคาที่สูงของ ฮอนมากุโระ จึงสมเหตุสมผลเมื่อพิจารณาถึงความหายาก คุณภาพที่ไม่มีใครเทียบ และความพิเศษในทุกๆ ส่วนของมัน นับเป็นสุดยอดวัตถุดิบที่นักชิมทั่วโลกต่างใฝ่ฝันที่จะได้ลิ้มลองสักครั้งในชีวิต

แหล่งอ้างอิง

  1. Big Fridge Boy
  2. Sushi Koge
  3. CBS News
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล