ส.ส.ฝ่ายค้านวอล์คเอาท์ไม่ร่วมขานชื่อ

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ภายหลังจากที่เกิดความวุ่นวายจากการประท้วงของ ส.ส.ฝ่ายค้าน และรัฐบาล ในระหว่างการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ จนทำให้มีการเสนอนับองค์ประชุม และ นายชัย ได้วินิจฉัยให้นับองค์ประชุม โดยการขานชื่อสมาชิกเป็นรายบุคคล ตามที่ น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.กทม.ประชาธิปัตย์ เสนอเพื่อความชัดเจน ทำให้ ส.ส.ฝ่ายค้าน ได้ออกนอกห้องประชุม และไม่ร่วมขานชื่อ โดยมีเพียง น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ที่อยู่ในห้องประชุม แต่ระบุว่าไม่ขอขานชื่อ เพื่อนับองค์ประชุม ทำให้เกิดการประท้วงจาก นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ที่เห็นว่าการกระทำของ น.พ.ชลน่าน ถือเป็นการทำผิดธรรมเนียมปฏิบัติ โดยหากอยู่ในห้องประชุม ก็จะต้องแสดงตน ไม่เช่นนั้น ก็ขอให้ออกนอกห้องประชุม แต่ น.พ.ชลน่าน ค้านว่าการกระทำของตนไม่ได้ทำผิดระเบียบ และขอให้ นายบุญยอด ถอนคำพูดจนเกิดการโต้เถียงอีกครั้ง แต่ นายชัย ได้วินิจฉัยให้ยุติการโต้เถียงดังกล่าว เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดี และดำเนินการขานชื่อต่อไป ซึ่งขณะนี้ก็ได้ดำเนินการขานชื่อ สมาชิกจำนวน 400 กว่าคน แล้วจากทั้งหมด 620 คน


ภายหลังจากที่ประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ได้ขานชื่อสมาชิก เพื่อนับองค์ประชุมครบ 620 รายชื่อ สมาชิกพรรคเพื่อไทยหลายคน ที่ออกนอกห้องประชุมก่อนหน้านี้อาทิ นายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานฝ่ายค้าน นายสมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา ได้ทยอยเดินทางเข้าร่วมขานชื่อนับองค์ประชุม โดย นายวิทยา กล่าวต่อ นายชัย ว่า ขอให้การดำเนินการรวบรัด การนับองค์ประชุมแบบขานชื่อในครั้งนี้ เป็นครั้งสุดท้าย และขอให้ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดตามระเบียบวาระ เพราะทุกคนต่างต้องทำหน้าที่ โดยหากยังเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้
ขึ้นอีก ทางพรรคก็จะไม่ให้ความร่วมมือเช่นเดิม ซึ่งผลการนับองค์ประชุมปรากฏว่า มีจำนวนสมาชิก 378 คน ครบองค์ประชุม นายชัย จึงสั่งดำเนินการประชุมต่อ ทั้งนี้ นายชัย ระบุว่าในระหว่างที่เกิดความวุ่นวาย ทำให้เสียเวลาในการอภิปรายไป 83 นาที จึงขอให้วิป ทั้ง 3 ฝ่าย หารือกันว่าจะดำเนินการจัดสรรเวลาที่เหลืออย่างไร เพื่อให้การอภิปรายจบลงในเวลา 24.00 น.ของวันนี้ตามกรอบเดิม