โลกรุมสวดโสมแดงหลังยิงปืนใหญ่ใส่โสมขาว

โลกรุมสวดโสมแดงหลังยิงปืนใหญ่ใส่โสมขาว
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ตามการรายงานของสื่อเกาหลีใต้ ระบุว่า เกาหลีเหนือ เปิดฉากยิงปืนใหญ่ใส่น่านน้ำของเกาหลีเหนือ ก่อนเมื่อเวลา 14.34 น. ตามเวลาท้องถิ่น
และหยุดยิงรอบแรก ในเวลา 14.55 น.จึงเริ่มทำการโจมตีอีกระลอก ในเวลา 15.10 น.ถึง 03.41 น. รวมกระสุนปืนใหญ่ ประมาณ 100 ลูก ทางเกาหลีใต้ จึงทำการยิงตอบโต้กลับไป เมื่อเวลา 15.42 น.รวมกระสุนประมาณ 80 ลูก ขณะที่เหล่าบรรดาหัวหน้าหน่วยงานต่างๆ ของเกาหลีใต้ ต่างยืนยันว่า อาคารบนเกาะหลายหลังได้รับความเสียหายจากการโจมตีของเกาหลีเหนือ ขณะที่ผู้อยู่ในเหตุการณ์ กล่าวว่า ไฟไหม้ได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และได้มีการอพยพผู้อยู่อาศัยบนเกาะ ไปอยู่ในสถานที่ปลอดภัยแล้ว และล่าสุดมีการยืนยัน ผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย บาดเจ็บ 19 คน โดยในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ทางการทหาร 3 นาย ด้านกองกำลังทางการแพทย์บนแผ่นดินใหญ่ เชื่อว่าอาจจะมีผู้เสียชีวิตด้วย

ภายหลังเวลาประมาณ 18.05 น. บลู เฮาส์ ออกแถลงการณ์ระบุว่า เกาหลีใต้ จะลงโทษเกาหลีเหนือ"อย่างรุนแรง" ต่อการกระทำที่เป็นการยั่วยุ และว่ารัฐบาลเกาหลีเหนือ ควรจะต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นเหตุปะทะตามแนวชายแดนที่รุนแรงที่สุด นับตั้งแต่สงครามเกาหลีในปี 1950-1953

ด้านสำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ซึ่งเป็นสื่อของทางการเกาหลีเหนือ รายงานยืนยันว่า เกิดการยิงปะทะกันระหว่างทหารเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ใกล้ชายแดนทางทิศตะวันตก และเป็นฝ่ายเกาหลีใต้ ที่เปิดฉากยิงก่อน ในเวลาประมาณ 13.00 น. และเตือนด้วยว่าจะปฏิบัติการตอบโต้ทางทหารโดยไร้ความปราณี หากเกาหลีใต้รุกล้ำน่านน้ำพิพาทของเกาหลีเหนือ แม้เพียง 0.001 มิลลิเมตร พร้อมอ้างผู้บัญชาการกองทัพเกาหลีเหนือที่เปิดเผยว่า การโจมตีเกาหลีใต้ที่เกิดขึ้นในวันนี้นั้น เป็นมาตรการทางทหารของเกาหลีเหนือ เพื่อตอบโต้การซ้อมรบของเกาหลีใต้ในบริเวณทะเลเหลือง เกาหลีเหนือจะโจมตีเกาหลีใต้แบบไร้ซึ่งความปราณี หากเกาหลีใต้ยังคงซ้อมรบ ทางทหารต่อไปในบริเวณพรมแดนทางทะเลด้านตะวันตกที่อยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียด

ขณะที่สถานีโทรทัศน์วายทีเอ็นของเกาหลีใต้ รายงานข่าว อ้างคำเปิดเผยของนายคิม แต ยัง รัฐมนตรีกลาโหมเกาหลีใต้ว่า ทหารเกาหลีใต้ได้ยิงตอบโต้ไป 80 นัด และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ มีขึ้นในช่วงที่กองทัพกำลังซ้อมรบทางทะเล ทางบก และทางอากาศ จึงอาจเป็นไปได้ว่าเกาหลีเหนือ ยิงถล่มเพื่อแสดงความไม่พอใจต่อการซ้อมรบดังกล่าว

ด้าน ประธานาธิบดีลี มยอง บัก ของเกาหลีใต้ ได้เรียกประชุมฉุกเฉินกับหน่วยงานฝ่ายความมั่นคง เพื่อหาแนวทางในการตอบโต้ และกำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งได้กำชับให้เจ้าหน้าที่รับมือกับสถานการณ์อย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลุกลามบานปลาย

ขณะเดียวกันชาติมหาอำนาจ และองค์กรระหว่างประเทศหลายฝ่ายต่างพากันแถลงการณ์ประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยทำเนียบขาวของสหรัฐ ออกแถลงการณ์ ระบุ ว่าสหรัฐกำลังติดต่อกับเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ และจะจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิดพร้อมประณามการโจมตีของเกาหลีเหนืออย่างรุนแรง และขอให้เกาหลีเหนือยุติการกระทำที่ก้าวร้าวชวนก่อสงคราม และปฏิบัติตามข้อตกลงสงบศึกชั่วคราวที่จัดทำขึ้นหลังสิ้นสุดสงครามเกาหลีเหนือเมื่องหลายสิบปีที่แล้ว นอกจากนี้สหรัฐ ยังยืนยัน ที่จะให้การคุ้มครองแก่เกาหลีใต้ ที่เป็นชาติพันธมิตร และจะส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคนี้ ด้าน นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย แถลงการณ์ ระบุ เหตุการณ์การยิงปะทะกันครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 3 ในรอบปีนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นอาจทำให้ปฏิบัติการทางทหารเลวร้ายลงอีก และอาจเกิดอันตรายใหญ่หลวงที่เราจำเป็นต้องหาทางหลีกเลี่ยงทุกวิถีทาง และฝ่ายที่ยิงโจมตีเกาะเกาหลีใต้ก่อนจะต้องแสดงความรับผิดชอบ รวมทั้งจำเป็นที่จะต้องยุติการยิงตอบโต้กันในทันที

นอกจากนี้ นางแคธเธอรีน แอชตัน หัวหน้าฝ่ายนโนบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป หรือ EU ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่ง ต่อสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลี และประณามเกาหลีเหนือ อย่างรุนแรง พร้อมกับขอให้เกาหลีเหนือ ยุติการกระทำใดๆ ที่จะเสี่ยงทำให้สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้น

รวมถึง องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ องค์การนาโต ที่กล่าวประณามการยิงปืนใหญ่ของเกาหลีเหนือไปยังเกาะของเกาหลีใต้ และจะติดตามสถานการณ์นี้อย่างระมัดระวังด้วยความวิตกกังวลอย่างยิ่ง ขณะที่แหล่งทางการทูตฝรั่งเศส กล่าวว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ จะจัดประชุมฉุกเฉินภายใน 1-2 วันนี้