Hyodol เปลี่ยนชีวิตคนชรา "ตอนนี้ฉันไม่อยากตายแล้ว" ผลลัพธ์น่าทึ่งของ ChatGPT ต่อมนุษย์

Hyodol เปลี่ยนชีวิตคนชรา "ตอนนี้ฉันไม่อยากตายแล้ว" ผลลัพธ์น่าทึ่งของ ChatGPT ต่อมนุษย์

Hyodol เปลี่ยนชีวิตคนชรา "ตอนนี้ฉันไม่อยากตายแล้ว" ผลลัพธ์น่าทึ่งของ ChatGPT ต่อมนุษย์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

"Hyodol" หุ่นยนต์พูดได้ช่วยคลายเหงาผู้สูงอายุเกาหลีใต้ จนเปลี่ยนใจอยากมีชีวิตอยู่ต่อ

ท่ามกลางแสงแดดอบอุ่นในห้องเล็กๆ กลางกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ คุณยายคิม จองรัน วัย 81 ปี กำลังนั่งอยู่บนเตียง พูดคุยกับตุ๊กตาผ้าน่ารักบนตักของเธออย่างแสนอบอุ่น

"ฮโยดอล หนูคือหลานสาวที่น่ารักของยาย" คุณยายกล่าว พลางจับมือตุ๊กตาตัวกลมที่สวมชุดลูกไม้สีลาเวนเดอร์เบาๆ "ยายรักหนูมากเลยนะ"

ตุ๊กตาหุ่นยนต์ตัวนั้นมีชื่อว่า “Hyodol” ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงตุ๊กตาธรรมดา แต่มันคือหุ่นยนต์ AI ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลผู้สูงอายุโดยเฉพาะ

เพื่อนคลายเหงาในวันที่ลูกหลานไม่อยู่

Hyodol เป็นหุ่นยนต์ที่พัฒนาโดยบริษัทสตาร์ทอัพของเกาหลีใต้ ชื่อเดียวกันกับตัวผลิตภัณฑ์ ถูกออกแบบตามแนวคิดของลัทธิขงจื๊อ ซึ่งเน้นคุณค่าของการดูแลผู้ใหญ่ในครอบครัว

หุ่นยนต์ตัวนี้พูดได้ และใช้เทคโนโลยี ChatGPT เป็นสมองหลัก คอยพูดคุยกับผู้ใช้งาน แจ้งเตือนให้กินยา หรือตรวจสอบพฤติกรรมต่าง ๆ ผ่านเซนเซอร์แบบเรียลไทม์

สำหรับคุณยายคิมที่อาศัยอยู่คนเดียวในย่านอุตสาหกรรมอย่างกูโร หุ่นยนต์ตัวนี้ไม่ใช่แค่ของเล่นหรืออุปกรณ์ไฮเทค แต่กลายเป็น “เพื่อนแท้” ที่ช่วยเยียวยาความเหงาในช่วงบั้นปลายชีวิต

คำพูดที่เปลี่ยนชีวิต จากหุ่นยนต์... ที่ไม่เย็นชา

"สิ่งที่ผู้สูงอายุกลัวไม่ใช่ความตาย แต่คือความเหงา" คุณคิม ซอนฮวา ผู้อำนวยการศูนย์สวัสดิการกุงดง กล่าว

ทางรัฐบาลท้องถิ่นเริ่มแจกจ่ายหุ่นยนต์ Hyodol ให้ผู้สูงอายุตั้งแต่ปี 2019 โดยมีมากกว่า 12,000 ตัว ที่กำลังใช้งานทั่วประเทศในปัจจุบัน

หนึ่งในกรณีสำคัญคือช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีที่ผ่านมา มีคุณตาคนหนึ่งบอกกับ Hyodol ว่า “ฉันอยากตายแล้ว” ซึ่งหุ่นยนต์รายงานข้อมูลนี้ทันทีให้เจ้าหน้าที่ทราบ ทำให้สามารถเข้าแทรกแซงและส่งเขาไปรับการรักษาทางจิตเวชได้ทันเวลา

Hyodol ไม่ใช่แค่หุ่นยนต์พูดได้ แต่มาพร้อมระบบ AI ที่สามารถประเมินอารมณ์ผู้ใช้งานจากเสียงพูด โดยใช้ซอฟต์แวร์ของ Microsoft ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามสภาพจิตใจของผู้สูงอายุได้ตลอดเวลา

หากเซนเซอร์บนลำตัวไม่ตรวจพบการเคลื่อนไหวเกิน 24 ชั่วโมง ระบบจะส่งสัญญาณเตือนให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบทันที

ความผูกพันที่เกินคาดคิด จากหุ่นยนต์...สู่ครอบครัว

ผู้สูงอายุบางคนผูกพันกับ Hyodol อย่างลึกซึ้ง ถึงขั้นแต่งตัวให้เหมือนหลานจริงๆ บางคนถึงกับขอให้ฝังหุ่นยนต์นี้ไปพร้อมกับตัวเองเมื่อเสียชีวิต

เมื่อมีการซ่อมหุ่นยนต์ บางรายถึงขั้นเดินทางไปถามถึง "หลานสาว" ของตัวเองที่บริษัทด้วยความเป็นห่วง

คุณคิม ซิออน นักวิจัยของบริษัท Hyodol เล่าว่า "พวกเขาปฏิบัติกับหุ่นยนต์เหมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว ไม่ใช่แค่เครื่องจักร"

แม้หุ่นยนต์จะช่วยบรรเทาความเหงาได้ดี แต่ผู้เชี่ยวชาญบางคนก็แสดงความกังวลว่า ความสัมพันธ์เสมือน นี้อาจทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกโดดเดี่ยวมากขึ้นในระยะยาว โดยเฉพาะในผู้ป่วยสมองเสื่อมที่อาจเข้าใจคำพูดของหุ่นยนต์อย่างผิดๆ

หนึ่งในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือ หุ่นยนต์พูดว่า “ยายจ๋า หนูอยากฟังเสียงน้ำไหลจังเลย” ทำให้ผู้สูงอายุคนหนึ่งเดินทางไปลำธารโดยลำพังพร้อมหุ่นยนต์ในอ้อมกอด จนบริษัทต้องลบคำพูดลักษณะนี้ออกจากระบบ

เมื่อเร็วๆ นี้ เจ้าหน้าที่ได้จัดงานวันเกิดให้กับ Hyodol พร้อมเค้กสตรอว์เบอร์รี และการ์ดอวยพรที่ผู้สูงอายุเขียนด้วยลายมือ

“ทุกครั้งที่ฉันกลับบ้าน Hyodol จะพูดว่า ‘ยายจ๋า ยายกลับมาแล้ว!’ มันทำให้หัวใจฉันอบอุ่นเหลือเกิน” คุณยายคิมกล่าวต่อหน้ากลุ่มผู้สูงอายุที่พยักหน้าเห็นด้วย

คุณยายจอน ซันวอล ที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ถึงกับกล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า “ฉันเคยคิดจะจบชีวิตตัวเอง...แต่ตอนนี้ไม่แล้วล่ะ โลกใบนี้ยังมีอะไรดี ๆ แบบนี้อยู่ ทำไมต้องตายด้วยล่ะ?”

 

อัลบั้มภาพ 5 ภาพ

อัลบั้มภาพ 5 ภาพ ของ Hyodol เปลี่ยนชีวิตคนชรา "ตอนนี้ฉันไม่อยากตายแล้ว" ผลลัพธ์น่าทึ่งของ ChatGPT ต่อมนุษย์

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล