รู้หรือไม่? ร่างกายคุณยังเก็บ “ร่องรอยนิวเคลียร์” จาก 80 ปีก่อน

รู้หรือไม่? ร่างกายคุณยังเก็บ “ร่องรอยนิวเคลียร์” จาก 80 ปีก่อน

รู้หรือไม่? ร่างกายคุณยังเก็บ “ร่องรอยนิวเคลียร์” จาก 80 ปีก่อน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

รู้หรือไม่? การทดลองอาวุธนิวเคลียร์ครั้งแรกเมื่อ 80 ปีก่อน ไม่ได้เพียงสร้างประวัติศาสตร์ด้านการทหาร แต่ยังสร้าง “ร่องรอยใหม่” ที่ฝังลึกอยู่ในร่างกายของเรา ตั้งแต่ฟัน ดวงตา ไปจนถึงสมอง ซึ่งปัจจุบันถูกนำมาใช้ประโยชน์ในวงการวิทยาศาสตร์อย่างกว้างขวาง

ร่องรอยนิวเคลียร์ในร่างกายมาจากไหน?

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ. 1945 นักวิทยาศาสตร์ในโครงการแมนฮัตตัน ได้ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งแรก ภายใต้ชื่อ “Trinity Test” ที่รัฐนิวเม็กซิโก การระเบิดพลังมหาศาลสว่างวาบเหนือทะเลทราย ส่งคลื่นความร้อนรุนแรงไปทั่วบริเวณ และในวันต่อมา เกล็ดสีขาวและฝุ่นละอองกัมมันตรังสีได้แพร่กระจายออกไปไกลกว่า 2,700 ตารางไมล์

ต่อมาในช่วงทศวรรษ 1950 การทดสอบระเบิดนิวเคลียร์เหนือพื้นดินมีจำนวนเพิ่มขึ้น จนถึงขั้นเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเคมีของชั้นบรรยากาศ ทำให้ปริมาณ คาร์บอน-14 สูงขึ้นเกือบสองเท่า จากนั้นจึงซึมเข้าสู่วงจรธรรมชาติ ทั้งในน้ำ ดิน พืชพรรณ และส่งต่อไปถึงมนุษย์ รวมถึงสิ่งมีชีวิตในร่องลึกมหาสมุทร

นิวเคลียร์

Bomb Spike ไม่ใช่แค่ร่องรอย แต่เป็นกุญแจสู่การค้นพบทางวิทยาศาสตร์

นักวิทยาศาสตร์เรียกร่องรอยนี้ว่า “Bomb Spike” ซึ่งแตกต่างจากกัมมันตรังสีที่ตกค้างจากการระเบิดโดยตรง เพราะมันไม่ได้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่กลับกลายเป็น “เครื่องมือทรงคุณค่า” ให้แก่วงการวิทยาศาสตร์ในหลายด้าน เช่น

  • ใช้ระบุช่วงเวลาที่บุคคลเกิดหรือเสียชีวิต
  • ศึกษาอายุของเซลล์ประสาทในสมอง
  • ตรวจหาที่มาของสัตว์ป่าที่ถูกลักลอบล่า
  • ระบุปีวินเทจของไวน์แดง
  • และค้นหาอายุที่แท้จริงของฉลาม

Bomb Spike” จึงไม่ใช่แค่ร่องรอยจากสงครามเย็น แต่ยังเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวของโลกและชีวิตมนุษย์ได้อย่างน่าทึ่ง

อ่านบทความเพิ่มเติม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล