ผักซูเปอร์ฟู้ดที่คุ้นเคย กินมากเสี่ยงทำลาย "ความเป็นชาย" หย่อนสมรรถภาพ
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1966/9831402/new-thumbnail1200x720_v2-20.jpgผักซูเปอร์ฟู้ดที่คุ้นเคย กินมากเสี่ยงทำลาย "ความเป็นชาย" หย่อนสมรรถภาพ

ผักซูเปอร์ฟู้ดที่คุ้นเคย กินมากเสี่ยงทำลาย "ความเป็นชาย" หย่อนสมรรถภาพ

แชร์เรื่องนี้

ผักซูเปอร์ฟู้ดที่เสี่ยงทำลาย "ความเป็นชาย" เตือนอย่ากินมากไป

เว็บไซต์ Daily Mail รายงานว่า "แครอท" ถูกยกให้เป็น “ซูเปอร์ฟู้ด” มายาวนาน อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ดีต่อดวงตา หัวใจ และยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันอีกด้วย แต่ผลการวิจัยใหม่จากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ประเทศจีน กลับทำให้หลายคนประหลาดใจ เพราะการกินแครอทมากเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศในผู้ชายได้

ทีมนักวิจัย ได้วิเคราะห์ฐานข้อมูลของผู้ชายจำนวนมาก เพื่อค้นหาความเชื่อมโยงระหว่างสารประกอบในร่างกายกับการเปลี่ยนแปลงระดับพันธุกรรม (Epigenetic markers) ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ผลปรากฏว่าพบความเชื่อมโยงชัดเจนเพียงกับ แคโรทีน เท่านั้น

การวิเคราะห์จากกลุ่มผู้ชายหลายพันคนพบว่า ผู้ที่บริโภคแคโรทีนในระดับสูงมีความเสี่ยงต่อการหย่อนสมรรถภาพทางเพศเพิ่มขึ้นเกือบ 60% นักวิทยาศาสตร์จึงเตือนว่า ไม่ควรบริโภค “ซูเปอร์ฟู้ด” มากเกินไป เพราะสิ่งใดที่มากเกินพอดีอาจให้ผลตรงกันข้ามได้

นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า แครอทและผักผลไม้สีส้มอื่น ๆ เช่น มันเทศ ฟักทอง มะม่วง แอปริคอต ฯลฯ มีสารแคโรทีน (carotene) สูง ซึ่งร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ตามปกติ และแคโรทีนก็มีประโยชน์ในการปกป้องเซลล์จากความเสียหาย 

แม้เหตุผลทางชีววิทยาจะยังไม่ชัดเจน แต่นักวิจัยคาดว่า หากร่างกายได้รับแคโรทีนในมากเกินไป อาจทำลาย เซลล์เยื่อบุผนังหลอดเลือด (Endothelium) ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการแข็งตัวของอวัยวะเพศ เพราะในช่วงที่เกิดอารมณ์ทางเพศ เซลล์เยื่อบุจะปล่อย ไนตริกออกไซด์ (nitric oxide) ที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะเพศ หากเซลล์เยื่อบุผนังหลอดเลือดเสียหาย การหลั่งไนตริกออกไซด์ที่ช่วยให้เลือดไหลเวียนไปยังอวัยวะเพศก็จะลดลง ส่งผลให้เกิดปัญหาการแข็งตัว

ทีมวิจัยเผยแพร่ผลการศึกษาในวารสาร Archives of Medical Science โดยระบุว่า “ผลการวิจัยของเราชี้ให้เห็นว่าการมีระดับแคโรทีนสูงสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับความเสี่ยงของภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งอาจมีบทบาทต่อการพัฒนาอาการดังกล่าว จำเป็นต้องมีการศึกษาต่อไปเพื่อค้นหากลไกทางชีววิทยาที่ชัดเจน และเพื่อดูว่าการปรับเปลี่ยนอาหารสามารถลดความเสี่ยงได้หรือไม่”

ในสหราชอาณาจักร มีการประเมินว่า ผู้ชาย 1 ใน 5 มีปัญหาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ และอัตรานี้เพิ่มขึ้นกว่า 50% ในผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 70 ปี นอกจากปัจจัยที่พบได้ทั่วไป เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน โรคอ้วน หรือระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนต่ำ ต่อไปอาจต้องเพิ่ม “การบริโภคอาหารที่มีแคโรทีนสูงเกินไป” เข้าไปในรายการปัจจัยเสี่ยงด้วย

ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า แครอทยังคงเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แต่ควรกินอย่างพอเหมาะและหลากหลายร่วมกับผักชนิดอื่น ๆ เพราะแม้แต่ “ซูเปอร์ฟู้ด” ก็อาจกลายเป็น “ดาบสองคม” ที่กระทบต่อสุขภาพทางเพศของผู้ชายได้

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :Daily Mail