
บางครั้งสิ่งพิเศษในชีวิตก็เกิดขึ้นเพียงเพราะเราอยู่ในสถานที่ที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม สำหรับ แรนดี กียาร์โร (Randy Guijarro) ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปอย่างไม่คาดฝัน หลังจากเดินเข้าไปในร้านขายของเก่าแห่งหนึ่งในรัฐแคลิฟอร์เนีย และซื้อภาพถ่ายเก่าจำนวนหนึ่ง โดยไม่มีทางรู้เลยว่า หนึ่งในนั้นจะกลายเป็นขุมทรัพย์ล้ำค่าที่สุดในชีวิต
แรนดี เป็นนักสะสมของเก่าตัวยง ไม่ว่าจะเป็นเหรียญโบราณ หนังสือการ์ตูน หรือการ์ดกีฬาวินเทจ สิ่งใดก็ตามที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ มักจะกลายเป็นของสะสมในบ้านของเขา เขาและภรรยาคือคู่รักที่ลงตัว เพราะเธอก็ชื่นชอบการสะสมภาพถ่ายโบราณเช่นกัน

ในฤดูร้อนปี 2010 ขณะขับรถในเมืองเฟรสโน รัฐแคลิฟอร์เนีย แรนดี สังเกตเห็นร้านขายของเก่าชื่อ Fulton’s Folly Antiques มีที่จอดว่างอยู่ เขาจึงตัดสินใจแวะเข้าไป แม้ไม่ได้วางแผนมาก่อน
ระหว่างเดินชมร้าน เขาเห็นชายสองคนที่เพิ่งประมูลข้าวของจากคลังเก็บของมา และกำลังจัดของลงจากรถ ของส่วนใหญ่อาจไม่ได้น่าสนใจนัก แต่กล่องกระดาษใบหนึ่งดึงดูดสายตาเขาเป็นพิเศษ เมื่อเปิดออก เขาพบภาพถ่ายโบราณ 3 ใบจากศตวรรษที่ 19 และด้วยความคิดว่า “ภรรยาต้องชอบแน่ๆ” เขาจึงยื่นข้อเสนอซื้อในราคาเพียง 2 ดอลลาร์ (ราว 64 บาท) ซึ่งอีกฝ่ายก็ยินดีขาย

เมื่อกลับถึงบ้าน แรนดี ตัดสินใจหยิบภาพเหล่านั้นมาพิจารณาอย่างละเอียด หนึ่งในภาพที่เขาสนใจเป็นพิเศษคือ ภาพชายกลุ่มหนึ่งเล่นครอเกต์กันอยู่ เขาจึงหยิบแว่นขยายมาส่องดูใกล้ๆ
สิ่งที่เขาเห็นทำให้แทบไม่เชื่อสายตา หนึ่งในชายในภาพหน้าคล้ายคลึงกับ Billy the Kid (บิลลี เดอะ คิด) บุคคลที่ขึ้นชื่อว่าเป็นโจรชื่อดังแห่งยุคคาวบอยของอเมริกา ท่าทางการยืนพิงไม้ครอเกต์และบุคลิกโดยรวม ทำให้เขาสงสัยว่าอาจเป็นตัวจริงเสียงจริง
เขารีบเรียกภรรยามาดู และทั้งคู่ก็เริ่มศึกษาภาพอย่างละเอียด จนพบว่า มีชายอีก 2 คนในภาพคล้ายกับ Charlie Bowdre (ชาร์ลี โบว์เดร) และ Tom O’Folliard (ทอม โอ'ฟอลเลียร์ด) ซึ่งเป็นสมาชิกแก๊ง “Regulators” แก๊งเดียวกับ Billy the Kid

ตามบันทึกประวัติศาสตร์ Billy the Kid มีชื่อจริงว่า Henry McCarty (เฮนรี แม็คคาร์ที) เขาถูกจับเข้าคุกตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น และหลังจากหลบหนีออกมา ก็เริ่มเข้าสู่เส้นทางอาชญากรรม ในปี 1877 เขาฆ่าช่างเหล็กคนหนึ่งในรัฐแอริโซนา ก่อนเข้าร่วมกับแก๊ง Regulators และมีบทบาทในสงครามระหว่างแก๊งที่เรียกว่า “Lincoln County War”
ชื่อเสียงของเขาขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมแทบทุกคดีของแก๊ง รวมถึงเหตุยิงนายอำเภอ William J. Brady (วิลเลียม เจ. เบรดี) ด้วย
เขาถูกจับในปี 1880 และถูกตัดสินให้ประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ แต่สามารถหลบหนีอีกครั้ง จนกระทั่งถูก นายอำเภอ Pat Garrett (แพ็ต การ์เร็ตต์) ตามล่าจนพบที่เมือง Fort Sumner และยิงเสียชีวิตในปี 1881 อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายคนเชื่อว่าเขาอาจไม่ได้ตายจริง และเรื่องนี้ยังเป็นปริศนาในหมู่นักประวัติศาสตร์จนถึงทุกวันนี้

ภาพถ่ายจริงภาพสุดท้ายที่ได้รับการยืนยันว่าเป็น Billy the Kid เคยถูกขายในราคากว่า 2.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 74 ล้านบาท) ทำให้ แรนดี และภรรยารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่อาจกลายเป็นขุมทรัพย์อีกชิ้น พวกเขาใช้เวลากว่า 1 ปีเพื่อศึกษาหลักฐาน พิสูจน์ความเป็นไปได้ แต่กลับถูกปฏิเสธจากนักสะสมที่เคยซื้อภาพ Billy the Kid เพราะยังไม่มีหลักฐานชัดเจน
จากนั้นพวกเขาเริ่มทำงานร่วมกับนักประวัติศาสตร์และโปรแกรมตรวจจับใบหน้า ใช้เวลานานถึง 3 ปีในการตรวจสอบความถูกต้อง

จุดเปลี่ยนของเรื่องเกิดขึ้นเมื่อ National Geographic ทำสารคดีเกี่ยวกับภาพถ่ายดังกล่าว โดยระบุหลักฐานและเหตุผลที่ชี้ว่าภาพนี้อาจเป็นของจริง แม้ว่านักประวัติศาสตร์บางคนจะยังไม่ปักใจเชื่อ แต่กระแสเริ่มเปลี่ยนไป
ในที่สุด บริษัทประมูลในแคลิฟอร์เนีย ก็รับรองความแท้ของภาพ และประกันภาพไว้ในมูลค่ากว่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 162 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นชัยชนะของทั้งคู่
แรนดี กล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมหวังว่าการค้นพบของเราจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นกลับไปค้นหาสมบัติที่อาจหลงลืมไว้ในหีบหรือห้องใต้หลังคา เพราะยังมีของล้ำค่ามากมายที่โลกยังไม่เคยเห็น”
อัลบั้มภาพ 14 ภาพ