วิเดียวสะพรึง พนง.ฟาสต์ฟู้ด "ถุยน้ำลาย" ใส่เบอร์เกอร์ก่อนเสิร์ฟ ฟังเหตุผลยิ่งแหวะหนัก!

วิเดียวสะพรึง พนง.ฟาสต์ฟู้ด "ถุยน้ำลาย" ใส่เบอร์เกอร์ก่อนเสิร์ฟ ฟังเหตุผลยิ่งแหวะหนัก!

วิเดียวสะพรึง พนง.ฟาสต์ฟู้ด "ถุยน้ำลาย" ใส่เบอร์เกอร์ก่อนเสิร์ฟ ฟังเหตุผลยิ่งแหวะหนัก!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

แหวะหนัก! พนักงานร้านฟาสต์ฟู้ด ถ่มน้ำลายใส่เบอร์เกอร์ ลูกค้าถ่ายคลิปจับโป๊ะก่อนเสิร์ฟ

เกิดเหตุสะเทือนวงการอาหารจานด่วน เมื่อพนักงานชายร้าน Tasty Dot สาขาเมืองรอสตอฟ ประเทศรัสเซีย ถูกจับได้ว่าถ่มน้ำลายลงไปในเบอร์เกอร์ก่อนเสิร์ฟให้ลูกค้า โดยทั้งหมดถูกบันทึกภาพเอาไว้ได้อย่างชัดเจน

คลิปดังกล่าวถูกถ่ายโดยลูกค้าที่รู้สึกไม่ไว้ใจพนักงานคนนี้ หลังจากมีปากเสียงกันขณะสั่งอาหารที่ช่อง Drive-Thru ฝั่งลูกค้าเล่าว่าเขาถูกพนักงานพูดจาไม่สุภาพและเร่งให้รีบสั่ง จึงตัดสินใจแอบถ่ายขั้นตอนการเตรียมอาหารไว้ และสิ่งที่กล้องจับได้ก็ทำให้หลายคนถึงกับอาเจียนแทบไม่ทัน

ในคลิปพนักงานที่มีชื่อว่า “นิกีต้า” (Nikita) กำลังเตรียมเบอร์เกอร์อยู่ ก่อนจะหันซ้ายขวาแล้วถ่มน้ำลายใส่เนื้อเบอร์เกอร์แบบเต็มๆ จากนั้นใช้แผ่นชีสปิดทับ แล้วปิดกล่องส่งให้ลูกค้าแบบไม่รู้ไม่ชี้

หลังคลิปถูกเผยแพร่ไม่นานนิกีต้าก็ถูกไล่ออกทันที โดยทางร้าน Tasty Dot ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า “การกระทำของพนักงานรายนี้ขัดต่อค่านิยมของบริษัทอย่างสิ้นเชิง”

ด้านนิกีต้าได้ออกมาพูดหลังกลายเป็นไวรัลว่า เหตุที่เขาทำไปเพราะถูกลูกค้าตะโกนใส่ ดูหมิ่น และขู่จะลงมาจากรถมาทำร้าย เขายืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจ แต่ยอมรับว่าทำผิดจริง

แต่ดูเหมือนคำแก้ตัวของเขาจะไม่ได้รับความเห็นใจจากชาวเน็ต โดยหลายคนพากันแสดงความคิดเห็นว่า "เอา McDonald’s กลับมาเถอะ อย่างน้อยตอนนั้นก็ไม่มี DNA แถมมาในเบอร์เกอร์!"

และสำหรับใครที่ยังไม่คุ้นชื่อ “Tasty Dot” ร้านนี้คือแบรนด์ที่ถือกำเนิดขึ้นหลัง McDonald’s ถอนตัวจากรัสเซียเมื่อปี 2022 จากเหตุผลด้านสงครามในยูเครน สาขาเดิมทั้งหมดกว่า 800 สาขาถูกขายต่อให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น พร้อมเปลี่ยนชื่อใหม่และตกแต่งร้านให้คล้ายของเดิม แม้ตัวร้านจะดูคุ้นตา แต่เหตุการณ์ล่าสุดอาจทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงมาตรฐานด้านความสะอาดและคุณภาพของบริการ

เหตุการณ์นี้อาจดูเป็นเรื่องของบุคคล แต่สำหรับแบรนด์ใหม่อย่าง Tasty Dot ที่เพิ่งตั้งไข่แทน McDonald’s มันคือความเสียหายด้านภาพลักษณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะในยุคที่โซเชียลมีเดียสามารถขยายเหตุการณ์หนึ่งให้กลายเป็นวิกฤตระดับประเทศได้ในพริบตา

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล