ลูกรีบปฏิเสธ พ่อวัย 70 มากินข้าวที่บ้านแล้ว "จ่ายเงิน" เหมือนร้านอาหาร แต่รู้เจตนาต้องยอมรับ!

ลูกรีบปฏิเสธ พ่อวัย 70 มากินข้าวที่บ้านแล้ว "จ่ายเงิน" เหมือนร้านอาหาร แต่รู้เจตนาต้องยอมรับ!

ลูกรีบปฏิเสธ พ่อวัย 70 มากินข้าวที่บ้านแล้ว "จ่ายเงิน" เหมือนร้านอาหาร แต่รู้เจตนาต้องยอมรับ!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

พ่อวัย 70 จ่ายเงิน 50 หยวนทุกมื้อที่บ้านลูก ไม่ใช่ค่าอาหาร... แต่เป็นบทเรียนความรักและความรับผิดชอบ

เงินบำนาญกลายมาเป็นสิ่งช่วยเหลือผู้สูงอายุเพื่อให้ดำรงชีวิตในช่วงปีสุดท้ายของชีวิตได้เสมอ อย่างไรก็ตาม การใช้เงินบำนาญอย่างเหมาะสมสำหรับบางคนนั้น ไม่เพียงแต่เพื่อตอบสนองความต้องการในการดำรงชีวิตของตนเองเท่านั้น แต่ยังช่วยเหลือลูกหลานได้อีกด้วย

ดังเช่นคุณหลี่ ชายอายุ 68 ปี อาศัยอยู่ในมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ทุกเดือนเขาจะได้รับเงินบำนาญเดือนละ 4,000 หยวน (ประมาณ 18,000 บาท) ซึ่งเงินจำนวนนี้เพียงพอสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องพึ่งพาใครทั้งนี้ เขามีลูกชาย 1 คน และลูกสาว 1 คน ทั้งหมดแต่งงานและมีครอบครัวเป็นของตัวเอง แต่เพื่อแสดงความห่วงใยต่อลูกๆ เขาจึงตัดสินใจให้เงิน 50 หยวน (ประมาณ 225 บาท) ทุกครั้งที่ไปทานอาหารเย็นที่บ้านของพวกเขา

แน่นอนว่าในตอนแรก ลูกๆ ของนายหลี่ปฏิเสธที่จะรับเงิน พวกเขาเข้าใจดีว่าการดูแลพ่อแม่ในยามชรานั้นเป็นความรับผิดชอบของลูกๆ และคิดว่าการที่เขาจ่ายเงินค่าอาหารแต่ละมื้อก็ไม่ต่างจากการปฏิบัติต่อกันในฐานะคนแปลกหน้า ไม่ใช่พ่อและลูก อย่างไรก็ตาม คุณหลี่ยืนกรานที่จะให้เงินจำนวนนี้แก่ลูกๆ ของเขา โดยบอกว่า

“พ่อไม่ได้ให้เงินเพื่อซื้ออาหารมื้อหนึ่ง ไม่ใช่เพราะพ่อคิดว่าลูกไม่มีเงิน พ่อให้เงินด้วยความหวังว่าจะนำเงินนี้ไปลงทุนด้านการศึกษาและการรักษาพยาบาล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัว”

นั่นคือคำอธิบายของชายชราที่มอบเงิน 50 หยวนให้ลูกๆ ของเขาหลังจากรับประทานอาหารเย็นที่บ้านของพวกเขา ดังนั้น หลังจากเข้าใจความปรารถนาของพ่อแล้ว ลูกๆ ของคุณหลี่ก็พยักหน้าและรับเงินนั้นมา พวกเขาเริ่มสะสมเงิน 50 หยวนที่พ่อให้ไว้ จนกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

กระทั่งเมื่อพวกเขามีเงินเพียงพอแล้ว ลูกๆ ทั้งสองก็ใช้เงินนั้นสำหรับลูกๆ ของพวกเขาอีกที พาสมัครเข้าชั้นเรียนพิเศษเพื่อพัฒนาทักษะโดยรวม รวมทั้งยังใช้เงินนั้นไปซื้ออาหารเสริมและแพ็คเกจประกันสุขภาพเพื่อปกป้องสุขภาพโดยรวมของสมาชิกในครอบครัว ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา คุณภาพชีวิตของครอบครัวก็ดีขึ้น 

เมื่อเวลาผ่านไป ลูกๆ ของคุณหลี่เริ่มตระหนักว่าสิ่งที่พ่อทำนั้นมีความหมายมาก แทนที่จะให้เงินก้อนใหญ่แก่ลูกๆ เขากลับสอนให้รู้จักออมเงินทีละน้อย ขณะที่คุณหลี่กล่าวว่า วิธีการนี้ไม่เพียงแต่แสดงถึงความห่วงใยของพ่อแม่ที่มีต่อลูกเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความรู้สึกถึงความรับผิดชอบในการปรับปรุงคุณภาพชีวิตโดยรวมของครอบครัว และเรียนรู้วิธีจัดการเงินในครอบครัวอย่างเหมาะสมอีกด้วย

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล