พม่ายังปะทะกลุ่มกะเหรี่ยงต่อเนื่อง

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ความคืบหน้า การสู้รบกันระหว่างทหารพม่ากับกลุ่มกะเหรี่ยงดีเคบีเอ บริเวณฝั่งพม่าตรงข้ามแนวชายแดน ด้านอำเภอแม่สอด จังหวัดตากมีรายงานว่า ตลอดทั้งคืนยังมีการยิงปะทะกันเป็นระยะ ทำให้กระสุนปืนอาร์พีจี ตกมายังฝั่งไทย 2 ลูก บริเวณท่าเรือสินค้าที่ 4 บ้านท่าอาจ ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด แต่โชคดีกระสุนปืน ไม่ได้ตกบริเวณชุมชน จึงไม่มีผู้บาดเจ็บ หรือ เสียชีวิต ส่วนการอพยพหนีการสู้รบของชาวพม่า จากจังหวัดเมียวดี เข้ามาฝั่งไทย เพิ่มขึ้นเป็น 15,000 คน โดยเฉพาะชาวพม่าที่เป็นมุสลิม คณะกรรมการอิสลามแม่สอด จึงนำข้าวกล่อง ซึ่งเป็นอาหารมุสลิมไปมอบให้ แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ

ล่าสุด พลโทวรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาคที่ 3 นำกำลังออกตรวจตามแนวชายแดน และประเมินสถานการณ์ ก่อนส่งชาวพม่ากับภูมิลำเนา ด้านการสู้รบระหว่างทหารพม่ากับกลุ่มกะเหรี่ยงดีเคบีเอ บริเวณตรงข้ามบ้านพระเจดีย์สามองค์ ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี หลังมีกระสุนปืนเอ็ม 79 ตกบริเวณฝั่งไทย 5 ลูก ทำให้มีชาวบ้านบาดเจ็บหลายคน และมีชาวพม่าอพยพหนีตายเข้ามาฝั่งไทย กว่าหมื่นคน ขณะที่ ทหาร ตรึงกำลังตามแนวชายแดนตลอด 24 ชั่วโมง ป้องกันกองกำลังทั้ง 2 ฝ่าย ข้ามมาฝั่งไทย

ด้าน นายกิตติศักดิ์ โตมรศักดิ์ นายอำเภอแม่สอด จ.ตาก กล่าวว่า เช้าวันนี้ จะเพิ่มสถานที่รองรับผู้อพยพชาวเมียวดี อีก 1 แห่ง เพื่อย้าย ผู้อพยพประมาณครึ่งหนึ่ง จาก 20,000 คน จากกองร้อย ตชด. 346 มาอยู่ที่แห่งใหม่คือ ที่ วัดไทยวัฒนาราม ซึ่งมีห้องน้ำเพียงพอ และยังเป็นการเตรียมรองรับ หากมีชาวเมียวดีอพยพเพิ่มเข้ามาอีก ซึ่งคาดว่า ไม่เกิน 5,000 คน ที่ยังเหลืออยู่ใน อ.เมียวดี

นอกจากนั้น ในเช้าวันนี้จะแยกผู้อพยพมุสลิม ซึ่งมีอยู่ประมาณ 1,000-2,000 คน ออกมา เพื่อให้สะดวกในการที่อิสลามจังหวัดตากจะได้เข้ามาช่วยจัดการในเรื่องอาหารฮาลาล ขณะที่ ตลอดคืนที่ผ่านมา หลังมีการปะทะเมื่อเวลา 22.00 น.แล้ว เหตุการณ์ก็ยังเงียบสงบ แต่ฝั่งไทย ยังจัดเจ้าหน้าที่ตรึงกำลังตลอดทั้งคืน อย่างไรก็ตาม คาดว่า สถานการณ์การเผชิญหน้าจะยาวนานอีกประมาณ 1 สัปดาห์