13 ล้านคนตะลึง "ดอกบัวแปลงร่างเป็นสัตว์" เจ้าของคลิปเฉลยแล้ว แมลงจริงหรือปลอม?!

13 ล้านคนตะลึง "ดอกบัวแปลงร่างเป็นสัตว์" เจ้าของคลิปเฉลยแล้ว แมลงจริงหรือปลอม?!

13 ล้านคนตะลึง "ดอกบัวแปลงร่างเป็นสัตว์" เจ้าของคลิปเฉลยแล้ว แมลงจริงหรือปลอม?!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คลิปไวรัล "ดอกบัวแปลงร่างเป็นสัตว์" สุดฮือฮาคนดูทะลุ 13 ล้านครั้ง เฉลยแล้วแท้จริงคือผลงาน AI

คลิปวิดีโอบนอินสตราแกรมเผยภาพ "ดอกบัว" ขยับได้ ก่อนจะกลายร่างเป็น "สัตว์" ทำโลกออนไลน์ตะลึง ยอดเข้าชมพุ่งทะลุ 13 ล้านครั้งภายในเวลาอันรวดเร็ว ชาวเน็ตจำนวนมากต่างรู้สึกตกใจและประหลาดใจ ขณะบางคนยังไม่แน่ใจว่าเป็นภาพจริงหรือเทคโนโลยีสร้างภาพลวงตา

ในคลิปดังกล่าว ซึ่งถูกเผยแพร่เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ปรากฏภาพ "แมลง" หน้าตาเหมือนดอกบัวกำลังนั่งนิ่งๆ อยู่บนมือของผู้ถ่ายคลิปภายใต้แสงแดดอบอุ่น จากนั้นมันเริ่มขยับตัวและเผยให้เห็นร่างที่แท้จริงคล้ายกับ "แมลงคล้ายตั๊กแตนตำข้าว" แต่มีรูปบักษณ์สวยงามคล้ายดอกไม้ สร้างความอัศจรรย์ใจให้กับผู้ชมจำนวนมาก

อย่างไรก็ดี แม้ว่าธรรมชาติจะมีสิ่งมีชีวิตที่สามารถพรางตัวได้แนบเนียนจนคล้ายพืชหรือวัตถุ แต่ผู้เชี่ยวชาญบางรายกลับตั้งข้อสังเกตว่า คลิปนี้อาจไม่ใช่ของจริง ด้านชาวเน็ตแสดงความเห็นไว้หลากหลาย เช่น “เหมือนโปเกมอนตัวใหม่เลย!” , “นี่มันฝีมือ AI ชัด ๆ” , “ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง”

หนึ่งในเสียงเตือนสำคัญมาจาก Menras André บุคคลมีชื่อเสียงในวงการชีววิทยาออนไลน์ เขาระบุว่า คลิปนี้อาจเป็น “ข่าวปลอม” (Fake News) และอธิบายว่า "แมลงดอกบัว" ที่เห็นในวิดีโอมีความไม่สมเหตุสมผลในเชิงชีววิทยาและวิวัฒนาการ

แท้จริงคือผลงานศิลปะ AI โดย Oleg Pars

ภายหลังมีการเปิดเผยว่า คลิปดังกล่าวเป็นผลงานของ Oleg Pars ศิลปินและนักสำรวจที่ใช้เทคโนโลยี AI สร้างสรรค์ภาพเคลื่อนไหวเสมือนจริง โดยเขาตั้งใจผสมผสานระหว่างศิลปะกับวิทยาศาสตร์เพื่อถ่ายทอดความงดงามของธรรมชาติในรูปแบบใหม่ การใช้ AI ในการสร้างภาพจำลองสมจริงนี้กำลังได้รับความนิยมเหนือกว่าเทคนิค CGI แบบดั้งเดิม เพราะให้ภาพที่คมชัด ลื่นไหล และน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น นี่จึงเป็นสาเหตุให้ผู้ชมหลายล้านคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคลิปจากโลกความจริง

อย่างไรก็ตาม ผลงานของ Oleg Pars ถูกผู้ไม่หวังดีนำไปใช้เผยแพร่โดยไม่มีการระบุที่มา และสร้างความเข้าใจผิดในโลกออนไลน์ จนนำไปสู่กระแสข่าวปลอม (Fake News) และความเข้าใจคลาดเคลื่อนในวงกว้าง พร้อมออกมาเรียกร้องให้ผู้ชมมีวิจารณญาณก่อนเชื่อและแชร์ข้อมูล พร้อมเน้นย้ำว่า เจตนาของเขาคือสร้างแรงบันดาลใจและสะท้อนความงดงามของธรรมชาติผ่านเลนส์เทคโนโลยี ไม่ใช่เพื่อสร้างความเข้าใจผิด

ทั้งนี้ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายใหม่ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในยุคดิจิทัล ที่ต้องเผชิญกับเนื้อหาปลอมที่มีความสมจริงสูง การแยกแยะระหว่าง "ของจริง" และ "ของปลอม" กลายเป็นเรื่องยากขึ้นทุกวัน  ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ก่อนจะเชื่อหรือแชร์วิดีโอใดๆ บนโซเชียลมีเดีย ควรตรวจสอบที่มา วิเคราะห์เนื้อหาอย่างมีวิจารณญาณ และพิจารณาองค์ประกอบความเป็นไปได้ในทางวิทยาศาสตร์ เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของข่าวลวง และช่วยสร้างสังคมออนไลน์ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล