วิจัยล่าสุด สัญญาณเตือน "อัลไซเมอร์" อาจปรากฏล่วงหน้าถึง 20 ปี รู้ตัวเองก่อนถึงวัยทอง

วิจัยล่าสุด สัญญาณเตือน "อัลไซเมอร์" อาจปรากฏล่วงหน้าถึง 20 ปี รู้ตัวเองก่อนถึงวัยทอง

วิจัยล่าสุด สัญญาณเตือน "อัลไซเมอร์" อาจปรากฏล่วงหน้าถึง 20 ปี รู้ตัวเองก่อนถึงวัยทอง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

วิจัยล่าสุดจากสมองผู้ป่วย สัญญาณเตือนของ "อัลไซเมอร์" อาจปรากฏล่วงหน้าถึง 20 ปี ระวังถ้ามีอาการแบบนี้ ทั้งที่ยังไม่วัยทอง 

นักวิทยาศาสตร์พบสัญญาณเริ่มต้นของโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งเป็นโรคที่ค่อย ๆ ขโมยความทรงจำของผู้ป่วย โดยสัญญาณเหล่านี้อาจเกิดขึ้นล่วงหน้าถึง 20 ปี ก่อนที่อาการของโรคจะปรากฏชัดเจน

หนึ่งในอาการเริ่มต้นคือปัญหาในการรับรู้เชิงพื้นที่ (Spatial Awareness) เช่น การอ่าน GPS ได้ยาก หรือ การยืนใกล้ผู้อื่นมากเกินไป ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้แรกของโรคสมองเสื่อมในอนาคต

ตัวอย่างของการมีหรือไม่มี spatial awareness:

  • มี spatial awareness:

    • เดินผ่านช่องแคบโดยไม่ชนขอบ

    • จอดรถในที่แคบได้อย่างแม่นยำ

    • รู้ว่าควรยืนห่างจากคนอื่นแค่ไหนเมื่อสนทนา

  • ไม่มี spatial awareness:

    • ยืนใกล้คนอื่นเกินไปโดยไม่รู้ตัว

    • เดินชนของรอบข้าง

    • อ่านแผนที่หรือ GPS ไม่เข้าใจ

    • หลงทางง่ายแม้ในสถานที่คุ้นเคย

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ปัญหาเหล่านี้มักเกิดขึ้นก่อนที่ผลสแกนสมองจะแสดงให้เห็นความเสียหายอย่างชัดเจน

โรคอัลไซเมอร์มี 2 ระยะสำคัญ

จากการศึกษาของสถาบัน Allen Institute for Brain Science ในซีแอตเทิล ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าโรคอัลไซเมอร์พัฒนาผ่าน 2 ระยะหลักที่เรียกว่า “epochs”

  1. ระยะเงียบ (Stealth Phase): เริ่มต้นหลายสิบปีก่อนแสดงอาการ โดยจะเกิดความเสียหายกับเซลล์สมองบางกลุ่มที่บอบบาง โดยเฉพาะในสมองส่วนที่ควบคุมการนำทางเชิงพื้นที่
    ศ.ไมเคิล ฮอร์นเบอร์เกอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคสมองเสื่อมจากมหาวิทยาลัย East Anglia อธิบายว่า

    “นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมการหลงทางจึงเป็นหนึ่งในสัญญาณแรกของโรคอัลไซเมอร์”

  2. ระยะโปรตีนสะสม (Protein Build-up Phase): ในระยะนี้จะเริ่มมีการสะสมของโปรตีน “ทาว (tau)” และ “อะไมลอยด์ (amyloid)” แม้ว่าสมองของคนชราส่วนใหญ่จะมีโปรตีนเหล่านี้ในระดับหนึ่ง แต่หากมีการสะสมจนเกิด “คราบ” และ “การพันกัน” ก็จะส่งผลให้เกิดอาการสมองเสื่อมอย่างชัดเจน เช่น ความจำเสื่อม, ใช้ภาษายากขึ้น, และ คิดวิเคราะห์ลดลง

  การวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อมมักอาศัยแบบสอบถามเพื่อระบุปัญหาด้านความจำ ควบคู่กับการสแกน MRI (ตามภาพ) เพื่อดูการสูญเสียปริมาตรของสมอง

ผลการศึกษาใหม่จากซีแอตเทิล

ทีมนักวิจัยได้วิเคราะห์สมองของผู้บริจาค 84 ราย ที่เสียชีวิตด้วยโรคอัลไซเมอร์ โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อตรวจสอบระดับโปรตีนที่ผิดปกติ

  • แม้แต่ในผู้ที่มีระดับโปรตีนผิดปกติในระดับต่ำ ก็พบว่ามีการเสื่อมของเซลล์สมองแล้ว

  • โดยเฉพาะเซลล์ประสาทที่มีหน้าที่ยับยั้งสัญญาณบางอย่างในสมอง ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน

ดร.มาริอาโน กาบิตโต หัวหน้าทีมวิจัยระบุว่า “ความเสื่อมนี้สามารถสะสมจนกระทั่งลุกลามไปยังสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำและการใช้ภาษา”

การศึกษาอื่นที่ใช้การสแกนสมองของอาสาสมัครกว่า 100 รายที่มีประวัติครอบครัวเป็นอัลไซเมอร์ก็พบว่า ผู้ที่มีระดับโปรตีนสองชนิดนี้สูง มักมีแนวโน้ม ความจำเสื่อม และ สมาธิสั้นลง

ดร.กาบิตโตกล่าวกับ Science Focus ว่า “การรู้ว่าเซลล์สมองใดเสื่อมก่อน อาจเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาวิธีรักษา เพื่อป้องกันการเสื่อมลงในอนาคต”

ความหวังใหม่ : ตรวจพบและรักษาก่อนเกิดอาการ

นักวิจัยหวังว่าจะสามารถใช้ข้อมูลนี้ในการ ทำนายความเสื่อมของสมองได้อย่างแม่นยำ

พวกเขามั่นใจว่า การแทรกแซงในระยะเงียบ (ก่อนแสดงอาการ) จะช่วยชะลอ หรือแม้แต่ป้องกันการลุกลามของโรคอัลไซเมอร์ได้

“ช่วงที่โรคยังไม่แสดงอาการ คือช่วงเวลาทองสำหรับการตรวจจับ การแทรกแซง และการป้องกัน” - ดร.อิกอร์ ฟอนตานา จากสมาคมโรคอัลไซเมอร์

งานวิจัยใหม่จากเกาหลีใต้ : กลุ่มอาการเมตาบอลิกเพิ่มความเสี่ยง

นักวิทยาศาสตร์ในเกาหลีใต้ค้นพบว่า กลุ่มอาการเมตาบอลิก (Metabolic Syndrome) อาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคสมองเสื่อมก่อนวัยถึง 24%

กลุ่มอาการนี้ประกอบด้วยเงื่อนไข 5 อย่าง ได้แก่:

  1. ไขมันหน้าท้อง

  2. ความดันโลหิตสูง

  3. น้ำตาลในเลือดสูง

  4. ไตรกลีเซอไรด์สูง

  5. คอเลสเตอรอลดี (HDL) ต่ำ

ผู้ที่มีครบทั้ง 5 อาการมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 70%

แม้การเชื่อมโยงยังไม่ชัดเจน แต่นักวิจัยชี้ว่า โรคอ้วน, ความดันสูง, และ น้ำตาลในเลือดสูง โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวาน ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเพิ่มความเสี่ยงของโรคสมองเสื่อม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล