ผู้โดยสารพก "หินบำบัด" ไม่ผ่านเครื่องตรวจสนามบิน อึ้งค่ารังสีสูงกว่าปกติ 1,050 เท่า

ผู้โดยสารพก "หินบำบัด" ไม่ผ่านเครื่องตรวจสนามบิน อึ้งค่ารังสีสูงกว่าปกติ 1,050 เท่า

ผู้โดยสารพก "หินบำบัด" ไม่ผ่านเครื่องตรวจสนามบิน อึ้งค่ารังสีสูงกว่าปกติ 1,050 เท่า
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ผู้โดยสารพก "หินบำบัด" เพื่อสุขภาพ แต่ไม่ผ่านเครื่องตรวจสนามบิน อึ้งตรวจพบค่ารังสีสูงกว่าปกติ 1,050 เท่า

สำนักข่าว CCTV ของจีน รายงานว่า เมื่อกระแสการดูแลสุขภาพได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หินบางชนิดที่อ้างว่ามีคุณสมบัติเสริมสุขภาพก็กลายเป็นที่ต้องการในตลาด แม้รูปลักษณ์จะดูธรรมดา แต่ก็มีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยแห่ซื้อไปสวมใส่

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีนักท่องเที่ยวรายหนึ่งถูกศุลกากรสกัดกั้นขณะพยายามนำ "หินบำบัด" เข้าประเทศ เรื่องนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่?

นักท่องเที่ยวนำ “หินบำบัด” เข้าประเทศถูกตรวจจับ

เมื่อไม่นานมานี้ ศุลกากรสนามบินโจวสุ่ยจื่อ เมืองต้าเหลียน ตรวจพบหินบำบัดในกระเป๋าสัมภาระของนักเดินทางรายหนึ่ง และเมื่อตรวจสอบก็พบว่ารังสีจากหินดังกล่าวสูงกว่าค่าพื้นฐานถึง 1,050 เท่า

เจี่ย หย่งหนาน หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบผู้โดยสาร สำนักงานศุลกากรสนามบินโจวสุ่ยจื่อ เผยว่า "เมื่อนักเดินทางรายนี้เดินผ่านประตูตรวจจับรังสี เกิดการแจ้งเตือนขึ้น เขาชี้แจงว่าเป็นหินบำบัด จากการตรวจวัดพบว่าระดับรังสีอยู่ที่ 105 ไมโครซีเวิร์ตต่อชั่วโมง ซึ่งสูงกว่าค่าปกติ 1,050 เท่า ผลตรวจยืนยันว่ามีสารกัมมันตรังสี ทอเรียม-232 (Th-232)"

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ทอเรียม-232 เป็นสารกัมมันตรังสีที่องค์การอนามัยโลกจัดเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 หากได้รับเป็นเวลานานอาจทำให้ผมร่วง อาเจียน เลือดกำเดาไหล และในรายที่รุนแรงอาจก่อให้เกิดมะเร็ง

ตามเกณฑ์ของสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ระดับความปลอดภัยของการรับรังสีสำหรับบุคคลทั่วไปคือไม่เกิน 1 มิลลิซีเวิร์ตต่อปี

ศ. อวี๋ เหวิน จากมหาวิทยาลัยปักกิ่งอธิบายว่า "ค่ารังสีพื้นฐานในสิ่งแวดล้อมอยู่ที่ประมาณ 0.1 ไมโครซีเวิร์ตต่อชั่วโมง ถ้ารับสะสมทั้งปีจะได้ประมาณ 1 มิลลิซีเวิร์ต แต่หากหินดังกล่าวมีระดับรังสีสูงกว่าพื้นฐานถึง 1,000 เท่า การสะสมรังสีในหนึ่งปีจะใกล้เคียงกับ 1 ซีเวิร์ต หรือ 1,000 มิลลิซีเวิร์ต ซึ่งถือว่าสูงมาก"

ศุลกากรพบสิ่งของรังสีเกินมาตรฐานหลายครั้ง

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจพบวัตถุกัมมันตรังสีจากสัมภาระของผู้โดยสาร ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พบหิน สร้อยคอ และวัตถุที่อ้างว่าบำบัดสุขภาพจำนวนมากที่มีรังสีสูง

  • ธันวาคม 2019 สนามบินเดียวกันตรวจพบ “จานหินพลังงาน” ชื่อว่า “เครื่องเรโซแนนซ์พลังงานควอนตัมธาตุทั้งห้า” ซึ่งทำให้เครื่องตรวจรังสีแจ้งเตือน ผลตรวจพบว่ามีทอเรียม-232 และระดับรังสีสูงถึง 112.4 ไมโครซีเวิร์ต หรือเกินมาตรฐาน 1,120 เท่า ผู้โดยสารเล่าว่าลูกสาวสวมใส่แล้วมีเลือดกำเดาไหลบ่อยครั้งไม่ทราบสาเหตุ และเขาสงสัยว่าอาการดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับสารกัมมันตภาพรังสีที่มากเกินไป

  • พฤศจิกายน 2021 ศุลกากรเซี่ยงไฮ้ตรวจพบไม้สนจากต่างประเทศที่ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี ซีเซียม-137 และได้ส่งคืนกลับประเทศทันที

  • ธันวาคม 2022 ศุลกากรตงกวานตรวจพบสินค้าส่งออกทางอีคอมเมิร์ซที่แจ้งว่าเป็น “ของประดับ” แต่แท้จริงเป็นหมอนและที่นอน “พลังงานไอออนลบ” ซึ่งมีธอเรียม-232 และรังสีสูงกว่าค่าพื้นฐานถึง 300 เท่า

  • กรกฎาคม 2024 ศุลกากรสนามบินเสิ่นหยางตรวจพบสร้อยคอหินบำบัด 15 เส้นจากผู้โดยสารรายหนึ่ง ซึ่งมีรังสีถึง 46.85 ไมโครซีเวิร์ต/ชม. เกินค่าพื้นฐาน 468 เท่า โดยผู้โดยสารระบุว่าซื้อจากตลาดต่างประเทศ ซึ่งคนขายอ้างว่าช่วยเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และยืดอายุขัย

ผลการตรวจวิเคราะห์พบว่า หินดังกล่าวมีธาตุกัมมันตรังสีคือ แบเรียม-133 และทอเรียม-232 ซึ่งทั้งสองชนิดถูกองค์การอนามัยโลกจัดเป็นสารก่อมะเร็ง

รังสีสูงขนาดนี้ อันตรายต่อร่างกายแค่ไหน?

ศ.อวี๋ เหวิน อธิบายว่า "รังสีมีอยู่ในธรรมชาติมาแต่กำเนิด แต่หากเกินขีดจำกัดก็อาจก่ออันตรายได้ ระดับอันตรายขึ้นอยู่กับปริมาณรังสีและระยะเวลาที่สัมผัส"

เมื่อถามว่าได้รับรังสีสูงนาน ๆ จะทำให้เป็นมะเร็งหรือไม่ ศ.อวี๋ เหวินตอบว่า  "ยิ่งได้รับรังสีสูง ความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง เช่น มะเร็ง ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น แต่อย่าลืมว่ามีความแตกต่างระหว่างบุคคล เช่น คน 100 คนที่ได้รับรังสีเท่ากัน อาจมีเพียงบางคนที่เป็นมะเร็ง อีกหลายคนอาจไม่เป็นเลย"

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า แม้สารกัมมันตรังสีบางชนิดถูกใช้ทางการแพทย์ได้ แต่สำหรับวัตถุที่ไม่ชัดเจน ไม่มีแหล่งที่มาชัดเจน เช่น หินพลังงาน ควรระวังให้มาก และระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่ใช้สิ่งเหล่านี้บังหน้าเพื่อหลอกลวงหรือทำธุรกิจผิดกฎหมาย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล