หนูปวดท้อง! เคสเด็กหญิง 10 ขวบ ทีมแพทย์ผ่ายังตกใจ "นิ่ว 200 ก้อน" เผยสาเหตุจากมื้อเช้า

หนูปวดท้อง! เคสเด็กหญิง 10 ขวบ ทีมแพทย์ผ่ายังตกใจ "นิ่ว 200 ก้อน" เผยสาเหตุจากมื้อเช้า

หนูปวดท้อง! เคสเด็กหญิง 10 ขวบ ทีมแพทย์ผ่ายังตกใจ "นิ่ว 200 ก้อน" เผยสาเหตุจากมื้อเช้า
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ลูกสาว 10 ขวบ "ไม่กินมื้อเช้า" พ่อแม่ช็อก ผ่าสิ่งนี้จากท้อง 200 ก้อน แพทย์ยังตกใจทั้งทีม!

ย้ำเตือนกันอยู่เสมอว่า การข้ามมื้ออาหารเช้าสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้อย่างรุนแรง โดยเฉพาะกับเด็กๆ หรือคนในกลุ่มเสี่ยง ดังเช่นเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นในเมืองหนิงปา ประเทศจีน ได้เผยให้เห็นผลกระทบที่น่าตกใจจากการอดอาหารเช้าของเด็กหญิงวัย 10 ปี ซึ่งทำให้ทั้งครอบครัวต้องตกตะลึงเมื่อพบสาเหตุที่ทำให้เด็กป่วยหนัก

ตามรายงานระบุว่า เด็กหญิงคนนี้มักจะไม่ทานอาหารเช้าเนื่องจากความเร่งรีบในการไปโรงเรียน จนกระทั่งวันหนึ่งเธอเริ่มรู้สึกปวดท้องอย่างรุนแรง จนต้องรีบพาส่งเข้ารักษาในโรงพยาบาลใกล้บ้านโดยด่วน เมื่อแพทย์ทำการตรวจร่างกายก็พบว่าเธอมีอาการ "นิ่วในถุงน้ำดี" ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดขึ้นจากการไม่ทานอาหารเช้าเป็นประจำ

โดยแพทย์ได้ทำการผ่าตัดและสามารถนำนิ่วออกมาได้มากกว่า 200 เม็ด ซึ่งในขณะที่เห็นภาพของจำนวนเม็ดนิ่วที่ถูกนำออกจากร่างกายของเด็ก แม้แต่ทีมแพทย์เองก็ต่างรู้สึกตกใจไปตามๆ กัน

สาเหตุของการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีจากการอดอาหารเช้า การที่เด็กไม่ทานอาหารเช้าเป็นประจำทำให้เกิดปัญหามากมายเกี่ยวกับระบบการย่อยอาหาร เมื่อไม่มีอาหารไปกระตุ้นการทำงานของถุงน้ำดี น้ำดี (bile) จะไม่ถูกปล่อยออกมาเพื่อย่อยอาหาร และทำให้เกิดการสะสมของคอเลสเตอรอล ซึ่งในที่สุดอาจก่อตัวเป็นนิ่วในถุงน้ำดี

ไม่เพียงเท่านั้น แต่การอดอาหารเช้ามีผลกระทบด้านลบต่อร่างกายหลายประการ ซึ่งรวมถึง

  1. ทำลายระบบย่อยอาหาร การไม่ทานอาหารเช้าจะทำให้ร่างกายผลิตกรดในกระเพาะอาหารมากขึ้น ซึ่งสามารถทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารและการอักเสบได้

  2. ขาดสารอาหารที่จำเป็น อาหารเช้าเป็นแหล่งของสารอาหารสำคัญ เช่น วิตามินและไฟเบอร์ที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย การขาดสารอาหารเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว

  3. เสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด มีการวิจัยที่พบว่าผู้ที่มักจะอดอาหารเช้าเป็นประจำมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง และโรคหลอดเลือดหัวใจ

  4. ทำให้กระบวนการเผาผลาญช้าลง การไม่ทานอาหารเช้าทำให้ร่างกายต้องเก็บพลังงานจากไขมันเก่ามาใช้ และอาจส่งผลให้กระบวนการเผาผลาญพลังงานในร่างกายช้าลง

  5. เกิดอาการปวดศีรษะ การขาดอาหารในตอนเช้าสามารถทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง จนทำให้เกิดอาการปวดศีรษะและไมเกรน

  6. ส่งผลต่อการทำงานของสมอง การขาดสารอาหารในตอนเช้าอาจทำให้สมองไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ และอาจส่งผลให้มีปัญหาด้านความจำ

  7. เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน การอดอาหารเช้าอาจทำให้ความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 สูงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดมีการเปลี่ยนแปลงไม่คงที่

ข้อแนะนำจากแพทย์ เพื่อป้องกันผลกระทบจากการอดอาหารเช้า ควรให้เด็ก ๆ ทานอาหารเช้าที่มีสารอาหารครบถ้วน ซึ่งจะช่วยให้พวกเขามีพลังงานในการเรียนและการเล่นตลอดทั้งวัน และเป็นการป้องกันโรคต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการขาดอาหารเช้า

อย่าลืมว่า การใส่ใจในสุขภาพของลูกน้อยตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ปกครองไม่ควรละเลย เพื่อให้เด็กเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรงและสมบูรณ์ ทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล