พ่อวัยรุ่นคลั่ง! ขับรถทะลุกำแพง ทารกกับแม่ ดับ

พ่อวัยรุ่นคลั่ง! ขับรถทะลุกำแพง ทารกกับแม่ ดับ
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

พ่อวัยรุ่นคลั่ง! ขับรถพุ่งชนกำแพงทะลุห้องเมียกับลูกสาวอายุเพียง 10 วัน กลางคืนฮาโลวีน ดับ!

เหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้เกิดขึ้นในคืนวันฮาโลวัน 31 ตุลาคม ที่ลอสแองเจลิส, สหรัฐอเมริกา เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุมีรถขับพุ่งชนบ้านอยู่อาศัยและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เมื่อไปถึงพื้นที่เกิดเหตุพบชายไม่ทราบชื่อ อายุ 22 ปีที่เป็นผู้ต้องหาขับรถพุ่งเข้าชนบ้าน โดยชายคนดังกล่าวมีอาการบาดเจ็บและตกใจช็อค พูดเพียงแต่ว่า "ลูกของเขาถูกรถชน" และแม่และทารกที่ได้รับบาดเจ็บดได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิตในเวลาต่อมาในเวลาต่อมา

นายเอควาโด้ โบนิลล่า เจ้าของบ้านหลังดังกล่าวบอกว่า ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บคือ ทรูดี โบนิลล่า อายุ 19 ปี หลานสาว และ นาโอมิ อายุ 10 วัน ลูกสาวของหลานสาวของตน โดยก่อนหน้านี้ทรูดีกับแฟนเก่า (ชายที่ก่อเหตุ) ได้ถกเถียงเรื่องสิทธิเลี้ยงดูลูกเป็นเวลานับชั่วโมง ก่อนที่จะมีคนขับรถเข้าพุ่งชนบ้านบริเวณห้องนอนของทรูดีเมื่อช่วงกลางดึกของวันฮาโลวีนที่ผ่านมา "ชายคนที่ก่อเหตุรู้สึกโกรธเมื่อเธอไปร่วมสังสรรค์กับครอบครัวในวันฮาโลวีน โดยที่เธอไม่อนุญาตให้เขาเข้ามาเยี่ยมลูกได้" เขากล่าว

นอกจากนี้ทรูดียังมีลูกชายอีกคนอายุ 3 ปีที่พักอยู่ในห้องเดียวกันนั้น แต่โชคดีที่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

วัยรุ่นที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เวลาประมาณ 5 ทุ่มเศษ หลังจากที่เขากำลังเดินกลับบ้านหลังจากฉลองวันฮาโลวีน ได้เห็นรถคาดิแลค เอสคาเลทต์ ขับขึ้นไปบนทางเท้าและพุ่งเข้าชนทะลุกำแพงเป็นรูกว้างประมาณ 8 ฟุต พวกเขาจึงรีบวิ่งเข้าไปให้การช่วยเหลือ

เตอโดโร โรโม่ วัยรุ่นคนดังกล่าวเล่าว่า เขาพยายามยกซากกำแพงและเฟอร์นิเจอร์ออกจากผู้เคราะห์ร้าย โดย เคธี พี่สาวของเขาเข้าไปดูคนขับรถ เธอบอกว่า เขาได้รับบาดเจ็บและมีอาการช็อคอย่างรุนแรง ได้แต่พูดว่า "ลูกสาวฉันอยู่ไหน? ลูกสาวฉันอยู่ไหน?" ซ้ำไปมา

ผู้เป็นลุงของทรูดียังกล่าวอีกว่า หลานสาวของเขาเป็นแม่ยังสาวที่มีความสุข เธอเพิ่งจะจบการศึกษาระดับชั้นมัธยมและกำลังจะเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย โดยทั้งคู่ได้คบหากันเป็นระยะเวลาปีกว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะเลิกรากันเมื่อราว 3 เดือนก่อนเกิดเหตุ เขากล่าว

โดยทางตำรวจไม่ปักใจเชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุบัติเหตุ โดยจะเริ่มสืืบสวนไชคดีนี้และจะจับกุมดำเนินคดีกับชายคนดังกล่าวต่อไป