ชายทรมานกับมะเร็งระยะสุดท้าย ญาติลั่น "ยังตายไม่ได้" หมอฟังเหตุผลแล้วสะอึก

ชายทรมานกับมะเร็งระยะสุดท้าย ญาติลั่น "ยังตายไม่ได้" หมอฟังเหตุผลแล้วสะอึก

ชายทรมานกับมะเร็งระยะสุดท้าย ญาติลั่น "ยังตายไม่ได้" หมอฟังเหตุผลแล้วสะอึก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ชายป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย เจ็บปวดทรมานมาก แต่ญาติลั่น "ยังตายไม่ได้" หมอฟังเหตุผลแล้วสะอึก ไม่ได้ยื้อไว้เพราะรัก

หลายคนเชื่อว่าการอยู่หน้าเตียงคนไข้ในโรงพยาบาลช่วยให้เห็นสภาพชีวิตมนุษย์อย่างชัดเจน บางครั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ดูเหมือนฉากในละครทีวี แพทย์เฉพาะทางด้านปอดและผู้ป่วยวิกฤต หมอหลี่ เจียอิง ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานกว่า 20 ปี ได้เล่าถึงกรณีของชายชรารายหนึ่งที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย นอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู โดยที่เนื้องอกลุกลามไปถึงสมองและกระดูก ทำให้ไม่สามารถรับรู้สิ่งรอบตัวได้ ต้องใช้มอร์ฟีนในปริมาณมากเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด เมื่อหมอหลี่อธิบายให้ญาติฟังว่าอาการของผู้ป่วยไม่สามารถรักษาให้หายได้ ญาติกลับตอบว่า "หมอ เขาจะต้องไม่ตาย!" พร้อมให้เหตุผลว่า "เขายังไม่ได้รับเงินบำนาญประจำปีเลย" ทำให้หมอหลี่ถึงกับอึ้ง

หมอหลี่ได้โพสต์เรื่องราวนี้ลงในเพจเฟซบุ๊ก 李佳穎醫師的手術室''肺話連篇'' (“ห้องผ่าตัดของหมอหลี่ เจียอิง – คุยเรื่องปอด” ) โดยเล่าว่า ในขณะที่เขากำลังอธิบายอาการของผู้ป่วยให้ญาติฟัง ญาติกลับมีแววตามุ่งมั่นอย่างหนักแน่น และเมื่อญาติยืนยันว่า "เขาต้องไม่ตาย" หมอหลี่พยายามจะบอกว่า "เขาหมดสติแล้ว และกำลังทรมานมาก คุณอาจต้องพิจารณา..." แต่ญาติกลับพูดตรงๆ ว่า "เพราะว่าเขายังไม่ได้รับเงินบำนาญ" คำตอบนี้ทำให้หมอหลี่ถึงกับอุทานในใจ

หลังจากโพสต์นี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างแสดงความผิดหวังและเศร้าใจ บางคนเล่าว่าตนเคยได้ยินกรณีที่คล้ายกัน เช่น การที่ญาติยืนยันให้ผู้ป่วยใส่เครื่องช่วยหายใจเพียงเพื่อรอรับเงินบำนาญ หรือในบางกรณี ญาติพยายามให้ผู้ป่วยอยู่ต่อไปจนกว่าจะถึงวันเวลาที่เป็นมงคล หรือแม้กระทั่งพยายามยื้อชีวิตผู้ป่วยจนกว่าจะผ่านช่วงเทศกาลปีใหม่ไปก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงการจัดงานศพในช่วงวันหยุด

หมอหลี่กล่าวว่า สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือการที่ลูกหลานบางคนใช้ชีวิตของผู้ป่วยเป็นเพียงเครื่องมือหาเงิน โดยปล่อยให้ผู้ป่วยต้องนอนทรมานอยู่บนเตียงเป็นเวลาหลายปีเพื่อรักษาสิทธิ์รับเงินบำนาญ ทั้งที่ทีมแพทย์ไม่ต้องการให้มีการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์อย่างไม่จำเป็น และยังต้องการให้ผู้ป่วยจากไปอย่างมีศักดิ์ศรี แต่กลับถูกต่อว่าเป็น “หมอที่ไม่มีจรรยาบรรณ” หรือ “หมอที่ไร้มนุษยธรรม” อยู่เสมอ

สุดท้าย หมอหลี่เน้นว่า สำหรับตัวเขาเอง เขาหวังว่าจะสามารถสั่งเสียทุกอย่างได้ในขณะที่ยังมีสติ และหากถึงวันที่ไม่สามารถรับรู้ได้อีกต่อไป เขาก็ต้องการจากไปอย่างมีศักดิ์ศรี มากกว่าที่จะถูกยื้อชีวิตไว้เพียงเพราะเงินบำนาญของเขาเอง นอกจากนี้ เขาแนะนำให้ทุกคนพิจารณาจัดทำพินัยกรรมหรือแสดงความต้องการล่วงหน้า เพื่อลดภาระทางจิตใจให้กับลูกหลานในวันที่ต้องตัดสินใจ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล