ยอดดับสึนามิอินโดฯพุ่ง113หายกว่า500

ยอดดับสึนามิอินโดฯพุ่ง113หายกว่า500
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

เหตุ สึนามิ ความสูงถึง 3 เมตร พัดถล่มเกาะเมนตาวี ทางตะวันตกของเกาะสุมาตรา หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ขนาด 7.7 ริกเตอร์ ตามรายงานการบันทึกของ สำนักงานการสำรวจธรณีวิทยา สหรัฐ (USGS) เมื่อช่วงกลางดึก คืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ล่าสุด จากการยืนยันของ หัวหน้าศูนย์วิกฤติ สังกัด กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า พบผู้เสียชีวิตแล้ว 113 ราย และยังมีผู้สูญหายอีก 502 ราย พร้อมได้ทำลายล้างบ้านเรือนประชาชนไป 10 หมู่บ้าน โดยเฉพาะในหมู่บ้าน มุนเต บารู บนเกาะซิลาบู พบบ้านเรือนประชาชนเสียหายถึง ร้อยละ 80 นอกจากนี้ คลื่นสึนามิ ยังทำลายสะพานพังเสียหาย 1 สะพาน และยังส่งผลให้ เรือท่องเที่ยวแบบเช่าเหมาลำ พร้อมนักท่องเที่ยว ชาวออสเตรเลีย 9 คน ลูกเรืออีก 5 คน สูญหาย และไม่สามารถติดต่อได้ ภายหลัง สื่อท้องถิ่นของออสเตรเลีย รายงานว่า ทั้งหมดได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย

อย่างไรก็ดี ยอดผู้เสียชีวิต อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเนื่องจาก การสับสนในตัวเลขของ ผู้สูญหาย ที่คาดว่า ขึ้นไปหลบอยู่บนภูเขาและยังไม่ลงมา รวมถึง ร่างผู้เสียชีวิตที่อาจจะยังไม่มีการรายงานมายังส่วนกลาง เนื่องจาก อุปสรรคทางด้านการเดินทางและการสื่อสาร ภายในพื้นที่ นอกจากนี้ การเดินทางไปยัง เกาะเมนตาวี จะไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์บินถึงโดยตรง และการเดินทางโดยเรือข้ามฟาก จากเกาะสุมาตรา จะต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวัน

เหตุแผ่นดินไหวเกิดขึ้น เมื่อเวลา 21.42 น. ตามเวลาท้องถิ่น และตรงกับเวลาในประเทศไทย ของคืนวันจันทร์ ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการประกาศเตือนภัยสึนามิ และยกเลิกใน 1 ชั่วโมงต่อมา โดยเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิขึ้นในหลายพื้นที่ พร้อมเกิด อาฟเตอร์ช็อค ตามมาเป็นระยะ ซึ่งสามารถวัดแรงสั่นสะเทือนได้สูงสุด ถึง 6.2 ริกเตอร์

ผู้เชี่ยวชาญ ด้านธรณีวิทยา เคยเตือนไว้ เมื่อ 2 ปีก่อนหน้านี้ว่า อาจจะเกิดคลื่นสึนามิขึ้น บริเวณเกาะเมนตาวี โดยอาจจะมีความรุนแรงคล้ายกับ เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2004 ที่ส่งอนุภาคการทำลายล้างเป็นบริเวณกว้างในประเทศแถบมหาสมุทรอินเดีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต กว่า 230,000 คน รวมทั้ง ประชาชนประมาณ 170,000 คน ในจังหวัดอาเจะห์ บนเกาะสุมาตรา ของประเทศอินโดนีเซีย

ทั้งนี้ เกาะเมนตาวี ประกอบด้วย หมู่เกาะ และ เกาะเล็ก 70 เกาะ มีประชากรอาศัยอยู่ ประมาณ 68,000 คน และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม สำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวออสเตรเลีย