11โจรบุก ปล้น3แสน แฉหัวโจก! ดต.-จสต.

11 โจรสวมหมวกไหมพรมอ้างเป็นตำรวจสืบสวนบุกปล้นบ้านเจ๊เจ้าของหอพักที่อยุธยา กวาดทรัพย์ไปเกือบ 4 แสนบาท เผยเจ๊อยู่บ้านกับลูกชาย 2 คนโดน 11 คนร้ายทำทีเป็นตำรวจบุกเข้าขอตรวจค้นปืน จับลูกชายใส่กุญแจมือ รื้อค้นเจอปืน 1 กระบอก แต่เจ๊บอกมีทะเบียนถูกต้อง จากนั้นคนร้ายเรียกเงิน 1 แสนล้มคดีก่อนรื้อค้นทรัพย์สินสร้อยแหวนทอง 14 บาท ก่อนจับลูกชายกับเพื่อนขึ้นปิกอัพ เอาถุงดำคลุมหัวแล้วไปปล่อยข้างทาง ตร.พอรู้ตัวแล้วสงสัยเป็น 3 ตร.ยศด.ต.-จ.ส.ต. กำลังรวบรวมหลักฐานออกหมายจับ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 12 ม.ค. พ.ต.ท.อานนท์ รุจิยาปนนท์ พนักงานสอบสวน สภ.ช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยพ.ต.อ.กรเอก เพชรไชยเวส รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.ท.อวัช มูลศิริ สวญ.สภ.ช้างใหญ่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการ เขต 12 เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายบุกปล้นบ้านเลขที่ 54/4 ม.1 ต.โพธิ์แตง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ด้านล่างเปิดเป็นร้านขายส่งไข่ ชั้นบนเปิดเป็นหอพัก

ในที่เกิดเหตุพบนางเสาวนีย์ บุญณะ อายุ 42 ปี เจ้าของบ้าน ให้การว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา ตนอยู่กับนายศักดิ์รินทร์ หรือต้น ระชะตะ อายุ 19 ปี ลูกชายคนโต และนายศักดิ์ทวี บุญณะ อายุ 14 ปี ลูกชายคนเล็ก มีรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ 4 ประตู สีบรอนซ์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน รถยนต์กระบะอีซูซุ ดราก้อน สีเขียว ไม่ติดแผ่นป้าย และรถยนต์กระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์ แบบแค็บ ไม่ติดแผ่นป้าย รวม 3 คัน มาจอดที่หน้าบ้านริมถนนสายบางปะอิน-เชียงรากน้อย ห่างจากโรงพักประมาณ 500 เมตร มีชายฉกรรจ์นั่งมาในรถจำนวน 11 คน มีนายนิรุต หรือหนุ่ม เนียมสวย อายุ 19 ปี ที่รู้จักกับนายศักดิ์รินทร์ ลูกชายคนโตนั่งมาด้วย มาร้องเรียกหานายศักดิ์รินทร์ที่หน้าบ้าน แต่ลูกชายไม่ยอมเปิดประตูเพราะเห็นว่าดึกมากแล้ว แต่นายหนุ่มบอกว่าจะมาติดต่อขอเช่าห้องพัก ลูกชายบอกว่าให้เข้ามาด้านหลังบ้าน พอลูกชายเปิดประตูบ้านคนร้ายก็ใช้เท้าถีบเข้าที่ใบหน้าจนหงายหลัง

นางเสาวนีย์กล่าวว่า จากนั้นคนร้ายกรูกันเข้ามาจับนายศักดิ์รินทร์และนายศักดิ์ทวี ลูกชายคนเล็กใส่กุญแจมือบังคับให้นั่งลงอย่าส่งเสียง และคนร้ายเข้ามาล็อกแขนตนและบังคับให้พาเข้าไปในห้องนอน ถามหาอาวุธปืนของนายศักดิ์รินทร์ และคนร้ายได้แยกย้ายกันค้นข้าวของทุกซอกทุกมุมภายในบ้าน ปลดเอาสร้อยคอทองคำ สร้อยข้อมือ แหวนทองคำของตนและลูกชายไป น้ำหนักรวม 14 บาท พร้อมพระเลี่ยมทองหลวงปู่สด อาวุธปืนขนาด 11 ม.ม. โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง คนร้ายลากตนและลูกชายมานั่งรวมกันไว้ที่กลางห้องรวมทั้งนายนิรุต หรือหนุ่มที่ถูกใส่กุญแจมืออยู่ด้วย

นางเสาวนีย์ให้การต่อไปว่า คนร้ายคนหนึ่งบอกว่าทั้งหมดเป็นตำรวจสืบสวน มาตรวจค้นอาวุธของลูกชาย เมื่อพบอาวุธอยากให้จบตรงนี้และให้เอาเงินมา 1 แสนบาท จะได้ไม่ต้องไปโรงพัก ตนไม่มีเงิน จึงบอกไปว่าปืนมีทะเบียนถูกต้อง คนร้ายบอกว่ายังไงก็ผิด และยังถามตนว่ามีเงินอยู่เท่าไร ตนบอกว่ามีอยู่ประมาณ 5 พันบาท คนร้ายพาตนเข้าไปเอาเงินในห้องนอนมา สักพักคนร้ายทำทีออกไปโทรศัพท์หน้าบ้าน เข้ามาบอกว่าเอาตัวลูกชายไปสอบก่อนแล้วจะปล่อยตัวกลับมา จากนั้นคนร้ายได้พานายศักดิ์รินทร์และนายนิรุตหลบหนีไป รวมทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปทั้งหมด 355,400 บาท

จากการสอบสวนนายนิรุต ได้ถูกคนร้ายจับตัวใส่กุญแจมือที่บริเวณซอยใกล้กับหอพักของบ้านดังกล่าว และพาตัวมาเรียกเจ้าของบ้านเข้าไปปล้น หลังก่อเหตุคนร้ายนำตัวไปทิ้งไว้ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ โดยคนร้ายได้บังคับให้ก้มหน้าอยู่ตลอดเวลาพร้อมทั้งนำถุงพลาสติกสีดำคลุมหน้า ไม่สามารถมองเห็นคนร้าย จนกระทั่งรถแล่นมาได้สักระยะคนร้ายได้ถอดกุญแจมือผลักลงจากรถแล้วคนร้ายขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว ตนจึงถอดถุงดำออกแล้วรีบเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ส่วนนายศักดิ์รินทร์ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ถูกคนร้ายใช้ถุงดำคลุมหัวพาไปปล่อยที่ท่าน้ำติวานนท์ อ.เมือง จ.นนทบุรี ก่อนลงจากรถคนร้ายได้ไขกุญแจมือออก จากนั้นจึงได้เรียกรถแท็กซี่ให้มาส่งที่บ้านพร้อมทั้งพาแม่เข้าร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

พ.ต.อ.กรเอกกล่าวว่า คนร้ายมาด้วยกัน 11 คน สวมหมวกไหมพรม 3 คน ที่เหลือไม่ได้สวม คนร้ายใช้ยานพาหนะถึง 3 คัน อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ร่วมกับสืบสวนของท้องที่ ตรวจสอบอย่างละเอียดเพราะคนร้ายมาด้วยกันจำนวนมากมีอาวุธปืน คนร้ายเป็นคนในพื้นที่ใกล้เคียงเพราะบ้านที่เกิดเหตุค่อนข้างจะเป็นคนมีฐานะ กำลังสอบสวนหารายละเอียดจากพยานเชื่อว่าไม่ช้าน่าจะรู้เบาะแส

รายงานข่าวแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเป็นอดีตตำรวจยศจ.ส.ต. และด.ต. 3 นาย ยังรับราชการอยู่จำนวน 3 นาย นอกจากนี้ยังมีพลเรือนร่วมอยู่ด้วย อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเตรียมที่จะออกหมายจับ

เรื่องล่าสุดของหมวด อาชญากรรม

ดูหมวด อาชญากรรม ทั้งหมด