ต้องใช้ไม้แข็ง! สิงคโปร์อาจลงโทษด้วยการ "เฆี่ยนตี" สแกมเมอร์ที่ก่อคดีรุนแรง
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1950/9753226/1200x7.jpgต้องใช้ไม้แข็ง! สิงคโปร์อาจลงโทษด้วยการ "เฆี่ยนตี" สแกมเมอร์ที่ก่อคดีรุนแรง

ต้องใช้ไม้แข็ง! สิงคโปร์อาจลงโทษด้วยการ "เฆี่ยนตี" สแกมเมอร์ที่ก่อคดีรุนแรง

แชร์เรื่องนี้

สิงคโปร์เตรียมพิจารณาใช้โทษเฆี่ยนตีผู้กระทำความผิดหลอกลวงออนไลน์หรือสแกมเมอร์ ที่ก่อคดีรุนแรง เพื่อให้สมกับความร้ายแรงของความผิดที่ก่อ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการภายใน และการพัฒนาสังคมและครอบครัวของสิงคโปร์ ประกาศระหว่างการแถลงแจกแจงแผนการใช้จ่ายงบประมาณตลอดปีนี้ว่า รัฐบาลสิงคโปร์เตรียมพิจารณาลงโทษกลุ่มสแกมเมอร์ ด้วยการเฆี่ยนตี โดยจะพิจารณาจากระดับความเสียหายที่ก่อขึ้น เพื่อส่งข้อความที่ชัดเจนถึงกลุ่มอาชญากรว่า หากคุณก่อกวนคนของเรา ขโมยเงินที่ออมไว้ทั้งชีวิตของชาวสิงคโปร์ และหลอกลวงชาวสิงคโปร์ เราก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อสอนบทเรียนที่พวกเขาจะไม่มีวันลืม

ท่าทีดังกล่าวมีขึ้น หลังก่อนหน้านี้ ตัน วูเม็ง สมาชิกรัฐสภาออกมาเสนอให้ใช้วิธีเฆี่ยนตีสแกมเมอร์ที่ก่อความผิดร้ายแรง

นอกจากนี้ รัฐมนตรีกระทรวงกิจการภายใน และการพัฒนาสังคมและครอบครัวของสิงคโปร์ ยังเห็นด้วยว่าควรกำหนดบทลงโทษที่รุนแรงและยับยั้งผู้ที่ให้การสนับสนุนการหลอกลวงทางออนไลน์ด้วย

เบื้องต้น ทางการจะกำหนดโทษจำคุกสำหรับผู้ที่เอื้อให้เกิดการหลอกลวงและฉ้อโกง โดยมีโทษจำคุกสูงสุด เคสละ 19 เดือน

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมจะเพิ่มความพยายามตรวจจับกิจกรรมและความเคลื่อนไหวของกลุ่มสแกมเมอร์ให้ดีขึ้น เนื่องจากคนเหล่านี้เป็นช่องทางหลักที่กลุ่มสแกมเมอร์ในต่างประเทศใช้ในการฟอกเงินที่ได้มาอย่างผิดกฎหมาย ก่อนโอนออกจากสิงคโปร์

ด้านสำนักงานตำรวจสิงคโปร์จะขอข้อมูลเพิ่มเติมกับธนาคารต่างๆที่มีการเปิดบัญชีม้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ และเปิดโปงบัญชีสแกมเมอร์อื่นๆ

ทางการยังเตือนด้วยว่า ใครก็ตามที่แสวงหากำไรง่ายๆ ด้วยการส่งต่อซิมการ์ดหรือบัญชีธนาคารของตนให้กับคนแปลกหน้า และปล่อยให้มีการนำบัตรเหล่านี้ไปใช้ในการกระทำผิดกฎหมาย จะถือเป็นการก่ออาชญากรรม และมีโทษจำคุก การอ้างว่าไม่รู้เรื่องจะไม่ช่วยให้พ้นผิด

ปีที่แล้ว ตำรวจสิงคโปร์สอบสวนกลุ่มสแกมเมอร์และมิจฉาชีพมากกว่า 8,000 ราย จากปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์ทั่วประเทศ จำนวน 25 ครั้ง ซึ่งในจำนวนนี้ มีผู้ถูกตั้งข้อกล่าวหาในศาลมากกว่า 660 ราย และจะถูกจำคุก หากพบว่ามีความผิด