คนพิจิตรร้องจว.เป็นเหยื่อแก๊งแชร์ลูกโซ่

คนพิจิตรร้องจว.เป็นเหยื่อแก๊งแชร์ลูกโซ่
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นางนันทพร ศักดิ์สิริกมล เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร น.ส.สุดสงวน ทองใบ อายุ 27 ปี บ้านเลขที่ 35/2 ม.4 ต.โรงช้าง นางนงลักษณ์ พุทธวิเชียร อายุ 45 ปี นางสุปราณี พรมมา อายุ 35 ปี และเพื่อนบ้านเกือบ 20
คน เป็นชาวตำบลคลองคะเชนทร์ ต.ดงชะพลู ต.โรงช้าง และ ต.ในเขตเทศบาลเมืองพิจิตร อ.เมือง จ.พิจิตร ได้เข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือกับ นายอนุกูล สวนสุข อัยการจังหวัด สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย
แก่ประชาชน สำนักงานอัยการจังหวัดพิจิตรว่า ตนและเพื่อนๆ ตกเป็นเหยื่อแก๊งแชร์ลูกโซ่ มาหลอกขอบัตรประชาชนแล้วเอาไปทำสมุดคู่มือทะเบียนรถปลอมให้เหยื่อ มีชื่อเป็นเจ้าของรถ โดยให้เหตุผลว่าจะซื้อรถ แต่เครดิตไม่ผ่านระบบ
สินเชื่อ จึงขอยืมชื่อไปซื้อรถเก๋ง-รถกระบะ จากนั้นต่อมาแก๊งแชร์ลูกโซ่ทะเบียนรถ ก็นำรถที่ซื้อมาให้ดู และให้ทดลองนั่ง โดยหลอกว่า ตอนนี้ต้องการใช้เงินจะให้ช่วยนำรถ พร้อมกับสมุดคู่มือทะเบียนรถ ไปจดจำนำกับ บริษัทลิสซิ่ง ซึ่ง
พวกเหยื่อเห็นแก๊งโจรแชร์ลูกโซ่นี้ ทำตัวน่าเชื่อถือ ขับรถเก๋งหรู ใส่ทองเส้นใหญ่ จึงตายใจ อีกทั้งช่วงทำธุรกิจสินค้าขายตรงด้วยกัน ก็ดูเป็นคนดีซื้อง่ายขายคล่อง จ่ายเงินให้สะดวกง่ายดาย จึงตัดสินใจยอมตามคำขอให้ไปจำนำทะเบียน
รถ โดยจะมีคนขับรถพาไปให้ และให้พูดตามที่บอก เมื่อไปถึงก็ดำเนินการเอารถ และสมุดคู่มือไปขอกู้เงิน ซึ่งก็ได้เงินคันละ 1-2 แสนบาท และแก๊งดังกล่าว ก็ให้เงินค่าตอบแทนเป็นค่าเซ็นชื่อ และค่ายืมบัตรประชาชน ไปทำทะเบียนรถ คราวละ 2-3 พันบาท รวม 20 กว่าคน ตกเป็นเหยื่อประมาณ 3 ล้านบาท โดยช่วงแรกๆ นั้น แก๊งแชร์ลูกโซ่นี้ ก็จะผ่อนส่งค่างวดสม่ำเสมอ จึงไม่มีเรื่องมีราว จนเกือบ 6 เดือนผ่านมา บริษัทลิสซิ่งและไฟแนนซ์ สินเชื่อรถยนต์ จึงจะตามมายึดรถเพราะโอนลอยไว้จึงเอาสมุดคู่มือทะเบียนรถไปตรวจสอบที่ขนส่ง จึงทราบว่าเป็นสมุดคู่มือทะเบียนรถปลอม จึงมีการแจ้งความเอาผิดกับชาวบ้านที่เป็นเหยื่อทุกคนในคดีอาญาปลอมแปลงเอกสารราชการและคดีแพ่งที่กู้ยืมเงินมา และถูกออกหมายจับ