ชวน ยันจะระวังพูดคดียุป ปชป.กลัวกดดันศาล

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะหัวหน้าทีมกฎหมายคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเข้ารับฟังการไต่สวนคดียุบพรรคว่า การไต่สวนพยานทั้งหมดพรรคประชาธิปัตย์ และทีมกฎหมายได้พิสูจน์ความจริงว่า ได้มีการใช้เงินตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้อนุมัติจริงหรือไม่ อีกส่วนหนึ่งคือ การเสนองบดุลบัญชีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ได้เสนอรายงานว่า ถูกต้องตามความเป็นจริงหรือไม่ ส่วนการชี้แจงต่อศาล ว่ามีความมั่นใจหรือไม่นั้น ที่จริงแล้วพรรคได้ทำทุกอย่างครบถ้วนสมบูรณ์เท่าที่จะทำได้ ไม่กระทบต่อดุลพินิจของศาล จากนี้การพูดหรือการแสดงความคิดเห็นต่างๆ ควรระมัดระวังไม่ให้มีการกดดันศาล เช่น การพูดว่าจะชนะแน่ ตรงนี้ทางพรรคจะไม่ทำ

นอกจากนี้ นายชวน ยังกล่าวถึงคลิปวิดีโอ ที่มี นายวิรัช ร่มเย็น ส.ส.ระนอง พรรคประชาธิปัตย์ ไปพบกับเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญว่า เป็นเรื่องของ นายวิรัช ที่ต้องทำการชี้แจงเอง แต่การนำภาพเหล่านี้มาต่อเนื่องกัน เพื่อให้เห็นว่ามีการแทรกแซงนั้น มีเจตนาที่ชัดเจนว่าต้องการทำลายความน่าเชื่อถือของศาล อีกทั้งตนเชื่อว่าการกระทำของ นายวิรัช ในครั้งนี้จะไม่มีผลกระทบต่อพรรคประชาธิปัตย์ และไม่เกี่ยวของกับตุลาการอย่างแน่นอน



ทั้งนี้ การไต่สวนพยานฝ่ายที่ปรึกษา ฝ่ายผู้ถูกร้อง นัดสุดท้ายในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ จากกรณีการใช้จ่ายเงินกองทุน
เพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง จำนวน 29 ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์ ในวันนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เบิกความเป็นตอนแรก ได้ยืนยันถึงความบริสุทธิ์ว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่าย
เงิน เพื่อการทำป้ายโฆษณาพรรคการเมือง ในการหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 2548 เพราะเป็นหน้าที่ของฝ่ายธุรการ และ
ไม่มีส่วนรู้กับการเบิกจ่ายเงินกองทุนเพื่อการพัฒนา เนื่องจากรับผิดชอบในภาพรวมเท่านั้น และยืนยันว่า ไม่เคยรับเงิน
จาก นายประจวบ สังข์ขาว อดีตผู้บริหารบริษัท เมซไซอะฯ รวมทั้งเห็นว่าเจตนาที่นายประจวบ ระบุว่า ตนรับเงินนั้น กล่าว
ว่า เป็นความพยายามใส่ร้ายพรรคประชาธิปัตย์

นอกจากนี้ ยังยืนยันว่า การชี้แจงบัญชีค่าใช้จ่ายของพรรค ได้จัดทำป้ายหาเสียงการเลือกตั้ง ตนได้จัดทำหนังสือชี้แจง
ไปยัง กกต. หมดแล้ว ซึ่งทาง กกต. ก็ได้ตรวจสอบบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างละเอียด และได้ทำหนังสือชี้แจงกลับมายัง
ตนว่า การตรวจสอบนั้น มีความถูกต้องและได้ยุติการตรวจสอบบัญชี โดยลงนามรับรองเป็นลายลักษณ์อักษร