สตช.บอกUNขอตัวแขกปากี4คนมีชื่อบัญชีดำ

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึง กรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธร จ.ยะลา สามารถจับกุมชาวปากีสถาน จำนวน 15 ราย ได้ในข้อหาประกอบอาชีพโดยไม่รับอนุญาต เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งภายหลังการจับกุม ทางสหประชาชาติหรือยูเอ็น ได้ประสานข้อมูลมาว่า 4 ใน 15 คนเป็นบุคคลที่ยูเอ็นต้องการตัว แต่ไม่ได้ระบุพฤติการณ์แต่เชื่อว่า อาจจะเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายข้ามชาติ โดยระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบหนังสือเดินทาง และเอกสารสำคัญต่างๆ ในเบื้องต้น ยังไม่พบว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติ หรือการติดต่อกับกลุ่มทุนไทย ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่อย่างใด

สำหรับชาวปากีสถานทั้ง 4 คนนั้น มีรายงานว่าอยู่ในบัญชีดำ ขององค์การสหประชาชาติ โดยมีข้อมูลว่า เกี่ยวข้องกับการสนับสนุน ทางการเงินให้กับกลุ่มก่อการร้ายสากล โดยมีรายชื่อดังนี้ นายนายอิลิยาส มูฮัมหมัด อายุ 22 ปี นายอิมราน มูฮัมหมัด อายุ 24 ปี นายนาดีน มูฮัมหมั อาดยุ 25 ปี และนายจาฮันกีร์ มูฮัมหมัด อายุ 28 ปี

ขณะที่พล.ต.ต.สายัณห์ กระแสแสน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา กล่าวว่า กรณีชาวปากีสถานจำนวน 15 คน
ที่ถูกควบคุมตัวไว้ ทางเจ้าหน้าที่ ได้ทำการตรวจสอบทั้ง ดี.เอ็น.เอ. และสิ่งของเครื่องใช้ ของบุคคลที่ถูกจับกุมทั้งหมด โดยในขั้นตอนแรก เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าว ที่เข้ามาประกอบอาชีพเรี่ยไรเงิน โดยไม่ได้รับอนุญาต และผู้ต้องหาทั้งหมดต่างให้การว่า ได้เข้ามารับบริจาคเงิน เพื่อนำไปช่วยเหลือชาวปากีสถาน ที่ถูกน้ำท่วมและการไปช่วยเหลือสร้างโรงเรียนปอเนาะ ต่อมาได้มีการตรวจสอบพบว่า มีชาวปากีสถานจำนวน 4 คน ที่พฤติกรรมต้องสงสัย อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง กับการทำธุรกรรมด้านการเงินระหว่างประเทศ เรื่องนี้ก็ยังคงอยู่ในขบวนการสอบสวนอยู่ ล่าสุดก็พบว่า ในผลการพิสูจน์ปัสสาวะ ชาวปากีสถานทั้ง 15 คน มีอยู่จำนวน 4 คน ที่มีสารเสพติดอยู่ในปัสสาวะ แต่เป็นยาเสพติดประเภทยากล่อมประสาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะต้องทำการสอบสวนขยายผลต่อไป แต่เนื่องจาก ได้ครบกำหนดการฝากขังที่ สภ.เมืองยะลา จึงได้ส่งตัวไปฝากขังต่อที่เรือนจำกลางจังหวัดยะลา และหากไม่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ก็คงจะปล่อย ส่วนผู้ที่พบสารเสพติด ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป