.jpg?ip/crop/w670h402/q80/jpg)
ใครจะคิดว่าเครื่องดื่มที่หลายคนชื่นชอบอย่าง น้ำหวาน หรือ น้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง จะกลายเป็นตัวการทำลายตับได้มากกว่าที่คิด ล่าสุดมีรายงานจากประเทศจีนเกี่ยวกับชายคนหนึ่งที่ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ แต่กลับต้องผ่าตัดเปลี่ยนตับ เพราะพฤติกรรมการดื่มน้ำหวานเป็นประจำ
"คุณเฉิน" ชายชาวจีน อายุ 47 ปี เป็นคนที่มีสุขภาพโดยรวมดี ไม่ดื่มแอลกอฮอล์และไม่สูบบุหรี่ แต่เมื่ออายุ 33 ปี เขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น โรคไขมันพอกตับที่ไม่เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ (NAFLD) ซึ่งเขาไม่ใส่ใจและละเลยการรักษา
จนกระทั่งเมื่ออายุ 47 ปี เขามีอาการ อาเจียนเป็นเลือด ปวดท้องอย่างรุนแรง และต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล ผลตรวจพบว่าตับของเขาหดเล็กลงเหลือเพียง 1 ใน 3 ของขนาดปกติ และมีอาการ ตับแข็งขั้นรุนแรง จนต้องรอการผ่าตัดเปลี่ยนตับโดยด่วน
แม้จะไม่ได้ดื่มเหล้าเลย แต่คุณเฉินมีพฤติกรรมดื่ม น้ำอัดลม และ น้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เป็นประจำ แพทย์ชี้ว่าเครื่องดื่มประเภทนี้เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิด โรคไขมันพอกตับ ได้เช่นกัน โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งแอลกอฮอล์เลย
แพทย์อธิบายว่า โรคไขมันพอกตับ ในระยะเริ่มต้นมักไม่มีอาการ แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ปรับพฤติกรรมหรือรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะ ตับอักเสบ และ ตับแข็ง ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี โดยเฉลี่ยแล้วโรคนี้สามารถพัฒนาไปสู่ตับแข็งในเวลาเพียง 7-8 ปี และอาจรุนแรงถึงขั้นตับล้มเหลวภายใน 30 ปี
การบริโภคน้ำหวานหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงเป็นประจำ จะกระตุ้นให้ไขมันสะสมในตับมากขึ้น ทำให้ตับทำงานผิดปกติ เกิดการอักเสบ และส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อ โรคเบาหวาน, โรคอ้วน และ โรคหัวใจ
แพทย์แนะนำว่า หากต้องการป้องกันโรคไขมันพอกตับและโรคตับอื่น ๆ ควร:
โรคไขมันพอกตับ ไม่ได้เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์เสมอไป แต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการดื่มเครื่องดื่มหวานจัด เป็นอีกหนึ่งตัวการที่หลายคนมองข้าม การดูแลสุขภาพตับไม่ใช่เรื่องไกลตัว เริ่มต้นได้ง่าย ๆ ด้วยการใส่ใจเรื่องอาหารและเครื่องดื่มตั้งแต่วันนี้
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :soha