นายกฯบอกดูความมั่นคงเองเชื่อไม่มีอะไร

นายกฯบอกดูความมั่นคงเองเชื่อไม่มีอะไร

นายกฯบอกดูความมั่นคงเองเชื่อไม่มีอะไร
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เตรียมลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 1 จ.สุราษฎร์ธานี นั้น ต้องกลับไปดูว่า ตนได้มอบหมายให้นายสุเทพ ดูแลงานเรื่องใดบ้าง แต่โดยปกติงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของนายสุเทพ จะต้องกลับมาอยู่ในความดูแลของตน ก่อนที่จะพิจารณามอบหมายให้ผู้อื่นดูแลต่อไป ขณะที่งานด้านความมั่นคง นั้น ตนจะดูแลเองได้ และในช่วงที่ตนเองต้องเดินทางไปต่างประเทศ ต้องให้รองนายกรัฐมนตรี รักษาการแทน ซึ่งมีการเรียงลำดับไว้อยู่แล้ว ทั้งนี้ตนเห็นว่า ยังเร็วเกินไป ที่จะพิจารณาเรื่องการแต่งตั้งนายสุเทพ กลับมาดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี อีกครั้ง หลังการเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม การลาออกของ นายสุเทพ ไม่ได้ทำ เพื่อลดกระแสการถูกโจมตีของพรรคประชาธิปัตย์ แต่ทุกคนรับฟังความรู้สึกของประชาชนและสังคม พร้อมพิจารณาจากสภาพการเมืองในพื้นที่ และการเมืองระดับชาติ รวมถึงความเหมาะสม ซึ่งในกรณีที่มีรัฐมนตรีบางคนยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับการถือครองหุ้น หากมีการชี้ว่าขาดคุณสมบัติ และต้องการลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็ควรลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีก่อนเช่นกัน

ขณะเดียวกันนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง เหตุระเบิดที่สำนักงานอัยการสูงสุด เมื่อคืนที่ผ่านมาว่า ตนได้รับรายงานแล้วแต่ยังไม่ได้รายละเอียดว่า มีความเชื่อมโยงกับเหตุระเบิด 4 เหตุการณ์ ก่อนหน้านี้ เพราะต้องดูรายละเอียดก่อน ทั้งนี้ เห็นว่า มีความชัดเจน ในเรื่องของกลุ่มคน โดยเฉพาะเรื่องของรูปพรรณสัณฐาน และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกัน ซึ่งมีบางเหตุการณ์ที่เคยมีความเกี่ยวโยงกันได้ และเป็นเรื่องที่น่าจะเชื่อมโยงการเมือง จึงน่าจะทำให้เจ้าหน้าที่มีข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับตัวผู้กระทำผิด และความเชื่อมโยงอยู่บ้าง กำลังขยายผล และพอรู้แล้วว่า มีการซื้ออุปกรณ์ที่ไหนอย่างไร

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า เหตุที่เกิดขึ้นมีความเชื่อมโยงเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมา ส่วนกรณีที่อธิบดี ดีเอสไอระบุว่า จะมีการเหตุระเบิดไปจนถึงสิ้นปี นั้น ก็ต้องพยายามไม่ให้เป็นเช่นนั้น ซึ่งมาตรการเชิงรุก และการขยายผลกรณีต่างๆ ในอดีต จะเป็นหัวใจสำคัญ

พร้อมกันนี้ การคาดโทษเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ก็มีส่วนช่วยให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวด ในการทำงานได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีความเป็นห่วงว่า จะมีการเปลี่ยนเป้าก่อเหตุ จากกระทำในเชิงสัญลักษณ์ มาทำร้ายประชาชน อย่างไรก็ตาม กรณีที่ในวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้เข้ารายงานสถานการณ์และความคืบหน้าเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยมีการรายงานค่อนข้างละเอียด โดยมีความพยายามเชิงรุก และขยายผลจากข้อมูลที่มีอยู่ ซึ่งจะทำให้หลายสิ่งหลายอย่างดีขึ้น รวมถึงการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษด้วย

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึง กรณีคณะรัฐมนตรี อนุมัติให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) พัฒนาระบบ 3จี ว่า มีส่วนทำให้การใช้ระบบ 3จี มีความรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งขณะนี้รัฐพยายามเร่งรัด และมีหลักคิดอยู่แล้ว ในเรื่องการไม่ให้ลงทุนซ้ำ
ซ้อน และเดินหน้าในการลงทุนเท่าที่จะทำได้ ส่วนหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม การลงทุนครั้งนี้ จะคุ้มค่าหรือไม่ นั้น มีการประเมินแล้ว ผลตอบแทนต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ดี และมีการปรับตัวเลข
ลงมาเทียบกับ เมื่อปี 2551 ก็จะเห็นได้ชัดว่า ใช้เงินน้อยกว่า และมีบริการมากกว่า แต่เรื่องของการประกอบการนั้น จะดำเนินการทำในลักษณะของการค้าส่ง ไม่ใช่ค้าปลีก

อย่างไรก็ตาม จะต้องมีบริษัทและผู้ประกอบการพันธมิตรอื่น เข้ามาร่วมด้วย ส่วนจะถูกต้องหรือไม่ กับการที่ตั้งบริษัทลูกขึ้นมาแข่งขันนั้น ต้องดูกติกาอีกครั้งหนึ่งในการกำกับ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล