ฟิล์ม ร่ำไห้ ขอโทษแอนนี่ ยอมรับกรรม

วันนี้เวลา 14.15 น. นักร้องหนุ่มฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ แถลงข่าวเปิดใจกับสื่อมวลชน ครั้งที่ 2 ที่ บริษัท RS จำกัด (มหาชน) ว่าตลอดระยะเวลา 1 สัปดาห์ ตนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบเป็นอย่างมากต่อครอบครัวและคนรอบข้าง และรู้สึกเห็นใจฝ่ายหญิงและเด็ก โดยฟิล์มกล่าวทั้งน้ำตาว่า ขณะนี้ตนยอมแล้วหมดทุกอย่าง ไม่ว่าฝ่ายหญิงจะยอมตรวจ DNA ของเด็กหรือไม่ก็ตาม ตนก็พร้อมจะรับผิดชอบพร้อมกับขอให้บรรดาแฟนคลับ พร้อมครอบครัวและคนรอบข้าง ที่ตนทำให้เสียใจกับเหตุดังกล่าว และขอบคุณทุกคนที่ออกมาปกป้อง พร้อมขอโอกาสทางสังคมในการทำงานต่อไป ส่วนกรณีเสี่ยอู๊ดเขียนจดหมายออกมาประณามตน และสั่งให้ยกบ้านให้เด็ก ฟิล์มก็บอกว่า ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด ฝากบรรดาแฟนคลับที่มารอให้กำลังใจ เปิดเผยว่า ไม่ว่าเด็กจะเป็นลูกของฟิล์มหรือไม่ ตนก็พร้อมจะติดตามผลงานของฟิล์มต่อไป
ด้าน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดเผยในฐานะตนเป็น โฆษกกระทรวงยุติธรรม ถึงแง่มุมด้านกฎหมายเกี่ยวกับกรณี ฟิล์ม รัฐภูมิ และ แอนนี่ บูร๊ค ว่าหากฝ่ายชายต้องการให้ตรวจดีเอ็นเอเด็กเพื่อให้ความโปร่งใสชัดเจน ทางฝ่ายหญิงไม่ยินยอม ฝ่ายชายสามารถใช้กระบวนการยุติธรรมทางศาล เพื่อให้ศาลสั่งมีการตรวจดีเอ็นเอได้ แต่หลักสำคัญฝ่ายชายต้องร้องขอต่อศาล โดยแสดงเจตนาชัดเจนว่าประสงค์จะรับรองบุตร ว่าเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่ขอตรวจดีเอ็นเอก่อน แล้วค่อยรับผิดชอบ ซึ่งการใช้กระบวนการทางศาล หากศาลสั่งให้ตรวจดีเอ็นเอเด็ก แม่ของเด็กก็จะคัดค้านไม่ได้ และถือว่า เป็นการคุ้มครองสิทธิเด็ก ที่มีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าใครเป็นพ่อ ซึ่งหากผลตรวจปรากฏว่า ไม่ใช่พ่อเด็ก ทางศาลก็จะไม่สั่งให้รับรองบุตร แต่อย่างไรก็ตามในทางกลับกัน หากฝ่ายหญิงต้องการตรวจดีเอ็นเอ เพื่อให้มีการรับรองบุตร ก็สามารถใช้กระบวนการยุติธรรมทางศาลบังคับใช้ได้เช่นกัน
ด้าน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดเผยในฐานะตนเป็น โฆษกกระทรวงยุติธรรม ถึงแง่มุมด้านกฎหมายเกี่ยวกับกรณี ฟิล์ม รัฐภูมิ และ แอนนี่ บูร๊ค ว่าหากฝ่ายชายต้องการให้ตรวจดีเอ็นเอเด็กเพื่อให้ความโปร่งใสชัดเจน ทางฝ่ายหญิงไม่ยินยอม ฝ่ายชายสามารถใช้กระบวนการยุติธรรมทางศาล เพื่อให้ศาลสั่งมีการตรวจดีเอ็นเอได้ แต่หลักสำคัญฝ่ายชายต้องร้องขอต่อศาล โดยแสดงเจตนาชัดเจนว่าประสงค์จะรับรองบุตร ว่าเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่ขอตรวจดีเอ็นเอก่อน แล้วค่อยรับผิดชอบ ซึ่งการใช้กระบวนการทางศาล หากศาลสั่งให้ตรวจดีเอ็นเอเด็ก แม่ของเด็กก็จะคัดค้านไม่ได้ และถือว่า เป็นการคุ้มครองสิทธิเด็ก ที่มีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าใครเป็นพ่อ ซึ่งหากผลตรวจปรากฏว่า ไม่ใช่พ่อเด็ก ทางศาลก็จะไม่สั่งให้รับรองบุตร แต่อย่างไรก็ตามในทางกลับกัน หากฝ่ายหญิงต้องการตรวจดีเอ็นเอ เพื่อให้มีการรับรองบุตร ก็สามารถใช้กระบวนการยุติธรรมทางศาลบังคับใช้ได้เช่นกัน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)

