มาร์คออกงานพบผู้สื่อข่าวตปท.

เมื่อเวลา 20.45 น.วันที่ 14 ม.ค.ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ กล่าวสุนทรพจน์ในงานสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ว่า ตนรู้ดีว่าตำแหน่งนายกฯเป็นงานที่ยากลำบากมาก และจากประสบการณ์การเมือง 17 ปี ถือว่าช่วงนี้เป็นวิกฤตการณ์เหมือนกับเมื่อครั้งวิกฤตเศรษฐกิจปี 2541 สมัยนายชวน หลีกภัย เป็นนายกฯ รัฐบาลจะรีบดำเนินการเพื่อให้ผ่านพ้นภัยเศรษฐกิจ ต้องดูแลกลุ่มที่ถูกปลดออกจากงาน

ต่อมาเปิดให้ผู้สื่อข่าวต่างชาติถาม เริ่มด้วยคำถามว่า รัฐบาลจะอยู่ได้นานขนาดไหน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จะอยู่หรือไปขึ้นกับผลงาน ถ้ามีผลงานและทำให้เกิดความสามัคคีได้ ก็ไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมต้องเปลี่ยนรัฐบาล แต่ถ้าล้มเหลวก็ไม่มีเหตุผลที่จะอยู่ต่อไป ไม่สนใจว่าจะอยู่ได้นานขนาดไหน แต่สนใจจะทำทุกวันให้ดี

ต่อข้อถามเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อภิสิทธิ์กล่าวว่า ในส่วนของรากหญ้า วิธีที่ดีที่สุดคือให้มีเงินในกระเป๋า เมื่อคนมีเงินใช้จ่ายก็จะทำให้บริษัทต่างๆ มีเงินหมุนเวียน ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ขึ้นกับว่า อัตราดอกเบี้ยสูงเกินไปหรือไม่ แต่ขึ้นกับความเชื่อมั่นของคนในการจับจ่าย

ผู้สื่อข่าวถามถึงการแต่งตั้งนายกษิต ภิรมย์ เป็นรมว.ต่างประเทศ และให้คนจากกลุ่มพันธมิตรเป็นที่ปรึกษารมต. นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ในยุคของรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ก็ตั้งคนนปช. หรือนปก.เป็นรมต. หรือรองโฆษกรัฐบาล ซึ่งเป็นข้อกล่าวหา แต่เราชื่นชมว่าทำงานได้ดี เราไม่ได้ว่าอะไร ขึ้นกับผลงานปัจจุบัน สำหรับการดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตร ตนจะให้ตำรวจดำเนินการเอง คนผิดต้องถูกดำเนินคดี ตนจะไม่แทรกแซง

เมื่อถามความเห็นถึงแนวทางการเมืองใหม่ที่กลุ่มพันธมิตรเสนอ นายกฯกล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วย เพราะเป็นไปไม่ได้ การปฎิรูปการเมือง ถ้าอยู่บนพื้นฐานของความมีเหตุผลและเป็นไปได้ ตนรับฟัง แม้ว่าจะเป็นการแก้รัฐธรรมนูญก็ตาม

ต่อข้อถามเรื่องเว็บไซต์หมิ่นสถาบันและคนที่หมิ่นสถาบัน นายกฯกล่าวว่า สถาบันมีความสำคัญต่อสังคมไทย รัฐบาลไม่มีทางให้สถาบันเสื่อมเสีย ตนประชุมกับเจ้าหน้าที่แล้ว สั่งกาารว่าถ้ามีเนื้อหาดูหมิ่นหรือทำร้ายสถาบันต้องพิจารณา แต่ยอมรับว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ระหว่างการดูหมิ่นและสิทธิในการแสดงออก นักข่าวถามต่อว่า เชื่อว่ามีขบวนการล้มล้างสถาบัน หรือไม่ อภิสิทธิ์กล่าวว่า มี แต่พอถามต่อว่าเป็นใคร นายกฯตอบว่า โน..โน แล้วอมยิ้ม

สำหรับความแตกแยกในสังคมที่ทำให้คนแบ่งเป็นภูมิภาค อภิสิทธิ์กล่าวว่า กรณีของสหรัฐอเมริกา คนภาคกลางโหวตให้รีพับลิกัน ภาคตะวันออกกับตะวันตกเลือกเดโมแครต บ้านเราก็เหมือนกัน ภาคใต้เลือกประชาธิปัตย์ ประสบการณ์ของตน พบว่าผู้หญิงเลือกประชาธิปัตย์มากกว่าผู้ชาย แต่ประเทศเราไม่ได้แตกแยกกันอย่างที่คิด

เรื่องล่าสุดของหมวด อาชญากรรม

ดูหมวด อาชญากรรม ทั้งหมด