ระวัง! หมอเตือนภัย กินยาแก้สิว ด้วย กรดวิตามินเอ

ระวัง! หมอเตือนภัย กินยาแก้สิว ด้วย กรดวิตามินเอ
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

(22 ก.ย.) รศ.น.พ.นภดล นพคุณ นายกสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กล่าวในงานแถลงข่าว "กินยาสิวอย่างไรให้ปลอดภัย"  ปัจจุบันมีการรักษาสิวโดยใ้ช้ยากิน ประเภทกรดวิตามินเอ หรือ "ไอโซเตติโนอิน" กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งยาตัวนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประกาศเป็นยาควบคุมพิเศษ ผู้ที่มีสิทธิสั่งยาตัวนี้ต้องเป็นแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญทางผิวหนังเ่ท่านั้น

ปัจจุบันมีการใช้กันอย่างแพร่หลายทำให้เห็นว่าการควบคุมนั้นลดหย่อนลงไปมาก การหาซื้อยาทำได้ง่ายมีขายตามร้านขายยาทั่วไป ซึ่งเภสัชกรควรทราบและรู้ถึงผลข้างเคียงของยานี้เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการจ่ายยาให้กับสตรีมีครรภ์ หากรับประทานยารักษาสิวประเภทกรดวิตามินเอจะทำให้แท้งลูกหรือทารกเกิดมาอาจมีความพิการได้

นอกจากนี้ รศ.น.พ.นภดล ยังเผยว่า ข้อมูลของสตรีมาขอรับการปรึกษาเพื่อทำแท้งระหว่างปี 2550-2552 เยอะมาก สืบเนื่องจากได้รับยากลุ่มนี้ถึง 10 ราย โดยทั้งหมดกังวลว่าหลังจากรับยาจะเกิดผลกระทบต่อครรภ์ของตนเอง

ทั้งนี้  ยังมีข้อมูลในต่างประเทศโดยเฉพาะหญิงอเมริกา พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับยานี้ขณะตั้งครรภ์มีการแท้งร้อยละ 3-20 ส่วนรายที่มีการคลอดพบว่ามีความพิการแต่กำเนิดร้อยละ 18-47 อีกทั้งยังมีผลต่อเยื่อบุและผิวหนัง เช่น ผิวแตก ผิวแห้ง แดง เป็นผื่นแดง ลอก คัน อีกทั้งยังมีผลต่อการทำงานของตับอีกด้วย