พล.อ.เชษฐาเกิด72ปีอยากเห็นปท.สงบ

พล.อ.เชษฐาเกิด72ปีอยากเห็นปท.สงบ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
บรรยากาศ งานวันคล้ายวันเกิด ครบรอบ 72 ปี พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งจัดขึ้นที่สโมสรกองทัพบก ย่านเทเวศร์ เป็นไปอย่างเรียบง่าย โดยมีพล.อ.วิโรจน์ บัวจรูญ ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก เป็นตัวแทน ผู้บัญชาการทหารบก นำนายทหารเข้าร่วมอวยพร นอกจากนี้ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว.สรรหา นายบรรจง โซ๊ะมณี รองประธานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย รวมทั้ง ประธานและคณะกรรมการสมาคมวัฒนธรรมเศรษฐกิจไทยพม่า เข้าร่วมอวยพรอย่างเนื่องแน่น

โดย พล.อ.เชษฐา กล่าวว่า ของขวัญวันเกิดที่อยากได้รับมากที่สุด คือ อยากให้ความสงบสุขกลับคืนสู่บ้านเมือง เพราะเวลาที่ผ่านไปทุกนาที มีผลต่อประเทศชาติ ซึ่งหากเราไม่รู้จักปรองดอง ความเสียหายก็จะตามมามากมาย ทั้งนี้เห็นว่า
ไม่เคยมีเหตุการณ์ครั้งไหนที่เลวร้ายและรุนแรง เหมือนเหตุการณ์ที่ผ่านมา พล.อ.เชษฐา ยังกล่าวด้วยว่า หากคนไทยทุกคน มีจิตสาธารณะ หันมาสามัคคีทำเพื่อประเทศชาติ ปัญหาทุกอย่างก็จบ


ทั้งนี้ พล.อ.เชษฐา กล่าวในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 72 ปี ว่า สถานการณ์ความขัดแย้งของบ้านเมืองในขณะนี้ หากปล่อยไว้ ก็จะทำให้หยั่งรากลึก จนยากเกินแก้ไข ส่วนเรื่องของขบวนการใต้ดินนั้น คงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงลำบาก เพราะภาวะจิตใจของแต่ละคน ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ยากต่อการทำนายว่า จะไปในทิศทางไหน ซึ่งหากเราขาดความสามัคคี บ้านเมืองจะไม่มีความเจริญรุ่งเรือง ทั้งนี้ เห็นว่าการที่จะทำให้สถานการณ์บ้านเมืองกลับมาเป็นปกติ ไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่ใช่เรื่องยาก แต่ขึ้นอยู่กับจิตใจ ซึ่งหากเราพร้อมที่จะสามัคคี ทุกอย่างก็ดำเนินการไปได้

ส่วนกรณีที่ นายกรัฐมนตรี ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อสร้างความปรองดองแห่งชาติในขณะนี้นั้น พล.อ.เชษฐา กล่าวว่า โดยหลักการแล้วถือเป็นสิ่งที่ดี แต่หากดูที่รายละเอียดแล้วเห็นว่า เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุมากกว่า

นอกจากนี้ พล.อ.เชษฐา ยังกล่าวถึง บทบาทของกองทัพในสถานการณ์ที่ผ่านมา คงไม่มีใครอยากดำเนินการแบบนั้น แต่คงเป็นเรื่องที่หลีกเลียงไม่ได้ เพราะกองทัพก็เลือกในสิ่งที่สูญเสียน้อยที่สุด เพื่อรักษาบ้านเมืองเอาไว้ ขณะเดียวกัน เห็นว่าการแก้ไขปัญหาของผู้บัญชาการทหารบก ในขณะนั้น น่าจะเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุด

พล.อ.เชษฐา ยังกล่าวถึง การแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารระดับสูงของกองทัพบกและผู้บัญชาการทหารบก ว่า ทางกองทัพ มีหลักนิยมการปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้ว จึงขอให้ยึดหลักอย่างมั่นคง ทำในสิ่งที่ดีที่ที่สุดและทุกอย่างก็จะเรียบร้อยขณะเดียวกันมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก ว่าที่ ผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่นั้น เป็นคนที่มีความสามารถและไต่เต้ามาตามลำดับ อีกทั้ง ยังเป็นทหารราบ ซึ่งเหมาะกับตำแหน่งนี้ และเชื่อว่า จะทำหน้าที่ในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกได้ดี ทั้งนี้ ส่วนตัวยังเชื่อว่า การปฏิบัติหน้าที่ของกองทัพ ยังมีความเป็นเอกภาพ

พล.อ.เชษฐา ยังกล่าวถึง การแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาว่า ควรจะใช้วิธีการเจรจา โดยยึดหลักสันติเท่านั้น ไม่ควรใช้กำลังในการแก้ปัญหา เพราะจะทำให้เสียเวลาและสูญเสียชีวิต ทั้งนี้เห็นว่าการเจรจาทวิภาคี มีโอกาสที่จะเป็นไปได้ นอกจากนี้ ยังระบุด้วยว่า ยังไม่ทราบถึงอนาคตทางการเมืองของตน ว่าจะเป็นไปในทิศทางไหน เพราะถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล