บุกตรวจผับดังพบเยาวชนต่ำกว่า 20กว่า30คน

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายประยงค์ ปรียาจิตต์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)นายธำรงค์ ลิ้มชัยกิจ นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
นำกำลังเจ้าที่กว่า 100 นาย เข้าตรวจค้นร้าน "นัว" (NOIR PUB & RESTAURANT) ซอยลาดพร้าว 122 แยก 26 หรือ ซอยมหาดไทย ถนนลาดพร้าว แขวงและเขตวังทองหลาง กทม. หลังได้รับการร้องเรียนว่า สถานบันเทิงดังกล่าวได้เปิดให้บริการเกินเวลาจนถึงช่วงเช้า และปล่อยให้เยาวชนที่อายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปใช้บริการ ซึ่งจากการ ตรวจสอบพบว่า ร้านเปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด และพบนักเที่ยวทั้งชายและหญิง จำนวนกว่า 600 คน กำลังนั่งดื่มสุราและเต้นตามเสียงเพลงกันอย่างสนุกสนาน เจ้าหน้าที่จึงเปิดไฟและประกาศให้นักเที่ยวอยู่ในความสงบ พร้อมกับขอให้ทุกคนแสดงบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อตรวจสอบอายุ เบื้องต้นพบว่า มีเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี เข้ามาใช้บริการกว่า 30 คน จากนั้นได้ทำการสุ่มตรวจปัสสาวะนักเที่ยว จำนวน 56 ราย เป็นชาย 37 ราย หญิง 19 ราย แต่ไม่พบว่า มีปัสสาวะสีม่วงแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงประสานให้ผู้ปกครองมารับตัว พร้อมกับ เตรียมดำเนินคดีกับ นายมนตรี สุภาพ อายุ 31 ปี ผู้จัดการร้าน โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีกับ ผู้ประกอบการตามกฎหมาย ให้ครบทุกข้อหาคือ เปิดสถาน
บริการ โดยไม่มีใบอนุญาต จำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด และปล่อยให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้ามาใช้บริการ

ด้าน พลตำรวจตรี บุญส่ง พานิชอัตรา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้ ตนยังไม่ได้รับรายงาน กรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ปส.) ได้นำกำลังเจ้าที่กว่า 100 นาย เข้าตรวจค้นร้าน "นัว" (NOIR PUB & RESTAURANT) ในซอยลาดพร้าว 122 แยก 26 หรือ ซอยมหาดไทย ถนนลาดพร้าว แขวงและเขตวังทองหลาง และพบว่า ร้านดังกล่าวปล่อยให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้ามาใช้บริการกว่า 30 คน อีกทั้ง ยังพบด้วยว่า ร้านดังกล่าวเปิดบริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดด้วย อย่างไรก็ตาม รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่า จะเร่งตรวจสอบรายละเอียดในช่วงเช้าวันนี้โดยเร็วที่สุด โดยยืนยันว่า หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าทางร้าน ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ และเปิดและจำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างแน่นอน และจะไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น

ทั้งนี้ สำหรับ สถานีตำรวจในพื้นที่ ที่รับผิดชอบดังกล่าวจะต้องถูกพิจาณา ว่าเหตุใดจึงปล่อยปละละเลยให้มีเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ซึ่งหากตรวจสอบพบว่า มีเจตนาปล่อยให้มีการเปิดสถานบริการที่ผิดกฎหมายในพื้นที่ จะต้องถูกดำเนินการทางวินัย อย่างแน่นอน