รู้จักมาร์คน้อย "ไอติม" หมัดเด็ดเรียกคะแนนแม่ยก

รู้จักมาร์คน้อย "ไอติม" หมัดเด็ดเรียกคะแนนแม่ยก
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

เคยปรากฎตัวให้สาวน้อยสาวใหญ่ฮือฮามาแล้ว เมื่อครั้งหนุ่มวัย 18 "ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ"(ขณะนั้นอายุ 16)เดินทางไปทำเนียบรัฐบาลเคียงคู่กับนายกรัฐมนตรี "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ"  แต่หลังจากนั้นหน้าตาและชื่อของหนุ่มน้อยคนนี้ก็เงียบหายไป เพราะเจ้าตัวเดินทางกลับไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ

จนเมื่อมีการเลือกตั้งซ่อมเขต 6 กทม. เราจึงมีโอกาสได้เห็นหนุ่มหน้าใสคนนี้อีกครั้ง เมื่อเขามาช่วยนานพนิช วิกฤษเศรษฐ์หาเสียง เรียกคะแนนจากแม่ยกและวัยใสได้โข แต่อย่าเพิ่งตัดสินว่าหนุ่มคนนี้จะมีดีแค่หน้าใสๆ ลองมาอ่านความคิดทางการเมืองของเขาผ่านบทสัมภาษณ์ที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้ในที่ต่างๆ ดู แล้วค่อยลงมติในใจอีกครั้งก็ยังไม่สาย...

ไอติมเป็นลูกชายของคนที่สองของ ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ และ ศ.พญ.อลิสา วัชรสุนธุ พี่สาวของนายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ ปัจจุบันเจ้าตัวได้ทุน King's Scholarship ไปเรียนอยู่ที่ Eton Collegeโรงเรียนมัธยมชื่อดังในอังกฤษ 

ไอติมเคยให้สัมภาษณ์ถึงอนาคตทางการเมืองของตัวเองไว้ว่า อยากเล่นการเมืองเพราะต้องการพัฒนาประเทศ "บางคนอยากเล่นการเมืองเพราะอยากดัง อยากมีอำนาจ บางคนอยากมีลิ่วล้อ แต่ผมไม่ได้อยากได้ตรงนั้น ผมแค่อยากพัฒนาประเทศให้สู้กับประเทศอื่นๆ ได้ ผมเรียนที่อังกฤษ ผมก็อยากให้ประเทศไทยเจริญพอๆ กับเขาหรือมากกว่า อีกอย่างผมอยากช่วยเหลือคน แต่พอลงเล่นการเมืองเรารู้อยู่แล้วว่าต้องมีคนชอบส่วนหนึ่งและเกลียดส่วนหนึ่ง ถามว่าเกลียดหรือกลัวอะไรไหม...อย่างการขุดคุ้ยผมไม่กลัว เพราะผมคิดว่าผมไม่มีอะไรให้ขุดได้"

"นายกฯ เป็นตำแหน่งสูงสุดทางการเมือง แต่มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับผม มันขึ้นกับประชาชน ไม่ใช่ว่าเราอยากจะเป็นแล้วจะได้เป็น จริงๆ ปีหน้าผมจะเลือกวิชาเรียนแล้ว ครูเขาให้คิดง่ายๆ ว่า ถ้าอยากเรียนอะไรให้เราคิดย้อนกลับ เนื่องจากพ่อแม่ผมเป็นหมอ ผมก็เห็นว่าไม่มีวันตกงาน คนให้การเคารพ ได้ช่วยเหลือคน ตอนแรกคิดว่าจะเป็นหมอดีหรือเปล่า แต่เนื่องจากผมไม่ได้สนใจมาก เลยลองมาฝึกงานที่ทำเนียบ เคยสังเกตตัวเองเวลาดูข่าว ผมสนใจข่าวการเมืองมากกว่าข่าววิทยาศาสตร์ หรือข่าวบันเทิง"

"เป้าหมายของการเป็นนักการเมืองคือ ได้ช่วยเหลือคนและยังทำให้เรามีความสุขด้วย และเนื่องจากอีตันเป็นโรงเรียนที่มีศิษย์เก่าเป็นนายกฯ มาแล้วเกือบ 20 คน ผมคิดว่าโรงเรียนนี้จะสามารถช่วยได้ เลยคิดว่าจะเรียนต่อที่ออกซฟอร์ด คณะ PPE (Philophy, Politics, and Economics) หรือปรัชญาการเมืองและเศรษฐศาสตร์"

"คิดว่าเป็นคอร์สที่น่าสนใจ แต่ระดับที่ผมเรียนอยู่ยังไม่มีให้เรียนเศรษฐศาสตร์และการเมือง ปีหน้าถึงเลือกได้ แต่ตอนนี้ก็ได้เรียนเกี่ยวกับปรัชญาการเมืองอยู่นิดหน่อย ได้เรียนเรื่องประวัติศาสตร์บ้าง เพราะที่อังกฤษเรื่องประวัติศาสตร์จะเชื่อมกับเรื่องของการเมืองอยู่แล้ว แล้วก็เขียนเรียงความทุกวัน ครูบอกว่าคะแนนของผมใช้ได้ คณะที่ผมจะเข้าครูบอกว่าเข้ายาก แต่ดีมากๆ"

"ถามว่านายกฯ เป็นต้นแบบไหม ก็ไม่ได้เป็นต้นแบบ ไม่ใช่ผมจะทำทุกอย่างตามนายกฯ การที่มีญาติอยู่ในวงการการเมืองก็ช่วยให้เราเห็นว่าการเป็นนักการเมือง ต้องทำอะไรบ้าง ช่วยให้ความรู้มากกว่าอะไรที่จะไปลอกมา มันไม่ใช่อย่างนั้น"

ในสถานการณ์แตกแยกของบ้านเมือง ซึ่งไม่รู้ว่าจะจบลงอย่างไร "ไอติม" วิเคราะห์ว่าปัจจัยสำคัญในการแก้ปัญหาต้องแยกแยะปัญหาการเมืองกับปัญหาสังคม เพราะตอนนี้ถ้าคุณมาเล่นสงครามการเมืองชนชั้น คุณก็ปลุกระดมคนได้ ทั้งที่การเมืองไม่ควรเกี่ยวกับชนชั้น แต่เขาเล่นอย่างนี้อยู่แล้ว เพราะคนจนมีมากกว่าคนรวย เพราะถ้านับหัวเขาก็ได้ แต่เขามองว่าพรรคการเมืองไม่ควรจะมีฐานเสียงจากชนชั้นหนึ่ง ในระบบที่มีหลายพรรคการเมือง พรรคการเมืองหนึ่งก็ควรจะสนับสนุนโดยทั้งคนรวยและคนจน เพราะเชื่อในอุดมคติ หรืออุดมการณ์ นโยบายนี้ไม่ใช่เพราะเราเป็นคนจนเหมือนกัน คนรวยเหมือนกัน


เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์จาก ASTV ผู้จัดการ และ โพสต์ทูเดย์

 

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!