FAO หนุนบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทางทะเลในพื้นที่อ่าวเบงกอล ก่อนที่สัตว์น้ำจะหมดทะเล

FAO หนุนบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทางทะเลในพื้นที่อ่าวเบงกอล ก่อนที่สัตว์น้ำจะหมดทะเล

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลอันดามัน ร่วมกับมูลนิธิสถาบันทรัพยากรชายฝั่งแห่งเอเชีย จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ การจัดระบบนิเวศทางทะเลของหมู่เกาะมะริด อ่าวเบงกอล ที่ระนอง วันนี้ (13 ก.ค.53) นายนิรวัชช์ ปุณณกันต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการจัดระบบนิเวศทางทะเลของหมู่เกาะมะริด อ่าวเบงกอล ซึ่งศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลอันดามันร่วมกับมูลนิธิสถาบันทรัพยากรชายฝั่งแห่งเอเชีย จัดขึ้นภายใต้การสนับสนุนจากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO ที่โรงแรมทินิดี อ.เมือง จ.ระนอง เพื่อการพัฒนาประมงที่ยั่งยืนและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่กระทบกับความเป็นอยู่ของชาวประมงในแถบภูมิภาคอาเซียนและชายฝั่งทะเลอันดามัน นายนิรวัชช์ กล่าวว่า จังหวัดระนองมีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม โดยเฉพาะสะพานปลาและแพปลาต่าง ๆ ยังไม่ได้มาตรฐาน มีความสกปรก ซึ่งจะมีปัญหาในการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลในอนาคต ส่วนทรัพยากรทางทะเลของไทยจำพวก กุ้ง หอย ปู ปลา เหลือน้อยเต็มที ต้องนำเข้ามาจากพม่าแทบทั้งสิ้น มีมลภาวะทางกลิ่นทางโรงงานปลาป่น มีขยะลอยเกลื่อนในทะเล ดูผิวเผินหลายคนคิดว่าเป็นแมงกะพรุน แต่แท้จริงแล้วเป็นถุงพลาสติก พื้นที่บางแห่งไม่มีสภาพหลงเหลือของความเป็นป่าอยู่แล้ว ทางจังหวัดได้พยายามผลักดันให้ถอนพื้นที่ดังกล่าวออกจากพื้นที่ป่ามานานนับ 10 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้พื้นที่เหล่านั้นกลายเป็นแหล่งเสื่อมโทรมให้กับสิ่งแวดล้อม คนที่เข้าไปอยู่อาศัยไม่ต้องขออนุญาต ขณะที่หน่วยงานต่าง ๆ ไม่สามารถเข้าไปบริหารจัดการได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องนำเสนอเข้าไปในโครงการด้วย ผศ.สมศักดิ์ บรมธนรัตน์ ประธานมูลนิธิสถาบันทรัพยากรชายฝั่งแห่งเอเชีย กล่าวว่า โครงการการจัดระบบนิเวศทางทะเลของหมู่เกาะมะริด อ่าวเบงกอล ได้รับการสนับสนุนจากหลายองค์กร เช่น FAO ,GEF,NOAA สหรัฐอเมริกา นอร์เวย์ สวีเดน เป็นต้น งบประมาณ 961 ล้านบาท ระยะเวลา 5 ปี ซึ่งพื้นที่อ่าวเบ่งกอลมีเนื้อที่ประมาณ 3.9 ล้านตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 8 ประเทศ คือ มัลดีฟ อินเดีย ศรีลังกา บังกลาเทศ พม่า ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย มีประชากรกว่า 400 ล้านคนที่อยู่รอบอ่าวเบงกอล ซึ่งล้วนต้องดำรงชีวิตอยู่โดยการพึ่งพาอาศัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อนำมาใช้เป็นอาหาร ประกอบอาชีพและเป็นกันชนเพื่อความมั่นคงในการดำรงชีวิต ส่งผลให้แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งถูกทำลาย ไม่สามารถรองรับที่จะให้บริการและสนับสนุนวิถีชีวิตของประชากรบริเวณชายฝั่งในอนาคตได้ ดังนั้น FAO และองค์กรต่างๆ จึงต้องเข้ามาหาแนวทางการบริหารจัดการร่วมกับกลุ่มประเทศในแถบอ่าวเบงกอล ผศ.สมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของพื้นที่ในหมู่เกาะมะริด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอ่าวเบงกอล มีอาณาเขตทิศเหนือติดกับหมู่เกาะทวาย และทิศใต้ติดกับหมู่เกาะสิมิลัน ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งทะเลประมาณ 48,000 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย 840 เกาะ พื้นที่ 36,000 ตารางกิโลเมตร หรือ 800 เกาะ อยู่ในประเทศพม่า และพื้นที่ 12,000 ตารางกิโลเมตร หรือ 40 เกาะ อยู่ในประเทศไทย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล