เยอรมันขั้นเทพถล่มสิงโตกระจุย 4-1

เยอรมันขั้นเทพถล่มสิงโตกระจุย 4-1

เยอรมันขั้นเทพถล่มสิงโตกระจุย 4-1
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

"อินทรีเหล็ก" เยอรมัน โชว์ฟอร์มขั้นเทพ ไล่ถล่มเอาชนะ "สิงโตคำราม" อังกฤษ ไปแบบขาดลอย 4-1 โธมัส มุลเลอร์ เหมาซัดสองประตูพาทีมทะยานเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย แบบสุดยิ่งใหญ่


ฟุตบอลโลก 2010 รอบ 16 ทีมสุดท้าย

เยอรมัน 4 - 1 อังกฤษ


เริ่มครึ่งแรก เพียงแค่ 5 นาที เยอรมัน เกือบขึ้นนำอย่างรวดเร็ว เมื่อได้จังหวะวางบอลยาวจากกลางสนาม ไปให้ โอซิล หลุดเข้าไปในเขตโทษ แล้วยิงมุมแคบทันที ทว่า เดวิด เจมส์ ยังพุ่งมาปิดมุม ใช้เข่าเซฟบอล ลอยข้ามคานออกหลังไปหวุดหวิด

เกมเป็น เยอรมัน ที่ครองเกมได้เหนือกว่าเล็กน้อย และพาบอลมาถึงหน้าเขตโทษ อังกฤษ ได้หลายครั้ง ทว่ายังไม่มีจังหวะหวาดเสียว มากนัก

นาทีที่ 16 เยอรมัน มาได้ลุ้นอีกตังหวะ เมื่อ เคดิร่า ได้บอลหน้าเขตโทษ แล้วลองสับไกทันที ทว่าบอลก็เหินข้ามคานออกไป

นาทีที่ 20 เยอรมัน ก็ทะยานขึ้นนำ 1-0 จนได้ จากการเปิดบอลยาวของ  มานูเอล นอยเออร์ บอลลอยโด่งข้ามหัวนักเตะอังกฤษ ตกพื้นหนึ่งจังหวะ และเป็น โคลเซ่ ที่วิ่งเบียดกับ อัพสัน เข้าไปในเขตโทษ ก่อนล้มตัวจิ้มบอลสวนตัว เจมส์ เข้าไปตุงตาข่าย

อังกฤษ มาได้ลุ้นตีเสมอ ในนาทีที่ 25 เมื่อ แบร์รี่ ได้บอลหน้าเขตโทษ ก่อนที่จะกดเต็มหลังเท้า ทว่าบอลไปตรงตัว นอยเออร์ รับเข้าซองแบบไม่กระฉอก

เยอรมัน เกือบจะนำห่าง ในนาทีที่ 30 เมื่อ เคดิร่า เล่นชิ่งกับ โอซิล ก่อนจ่ายตัดหลังให้ โคลเซ่ หลุดเข้าไปยิงในเขตโทษ ทว่ายังดีที่ เจมส์ พุ่งเซฟเอาไว้ได้ฉิวเฉียด

แต่แล้ว นาทีที่ 32 เยอรมัน ก็มาได้ประตูนำห่าง 2-0 จนได้ เมื่อ โอซิล ไหลบอลให้ โคลเซ่ ก่อนดีดต่อให้ มุลเลอร์ หน้าประตู แต่ไม่มีจังหวะยิงเลยกระดกบอลต่อให้ โพดอลสกี้ ด้านซ้ายของเขตโทษ จับบอลลงหนึ่งจังหวะ ก่อนซัดบอลเรียดลอดขา เจมส์ เข้าไปตุงตาข่าย แบบสุดสวย

 

นาทีที่ 37 อังกฤษ ก็มายิงไล่มาเป็น 1-2 เมื่อมาได้ลูกเตะมุม แลมพาร์ด จ่ายบอลสั้นมาให้ เจอร์ราร์ด เปิดบอลโค้งมาหน้าประตู และเป็น อัพสัน ที่เทกตัวขึ้นโขกบอล ส่งลูกผ่านมือ นอยเออร์ เข้าไปตุงตาข่าย

ถัดมาสองนาที อังกฤษ ไม่ได้ประตูตีเสมอ แบบเหลือเชื่อ เมื่อ แลมพาร์ด ได้จังหวะยิงไกลแบบเต็มข้อ บอลพุ่งผ่านมือ นอยเออร์ ไปชนคานกระเด้งลงมา เข้าประตูไปแล้ว ก่อนที่จะไปเข้ามือ นอยเออร์ ท่ามกลางความยินดีของนักเตะ สิงโตคำราม ที่คิดว่าได้ประตูตีเสมอ ทว่า กรรมการกลับไม่ให้ ซึ่งจากภาพช้าลูกบอลเลยเส้นเข้าไปในประตู ทั้งใบแล้ว

ท้ายเกม ขุนพลสิงโตคำราม ลุยหนุกหวังตีเสมอให้ได้ ทว่ายังไม่มีจังหวะจะแจ้งมากนัก

หมดครึ่งแรก เยอรมัน ขึ้นนำ อังกฤษ 2-1

เริ่มครึ่งหลัง เพียงแค่ 3 นาที อังกฤษ ได้ลุ้นก่อนเลย จากลูกยิงของ เจมส์ มิลเนอร์ ทว่าบอลก็หลุดกรอบออกไปอีก

นาทีที่ 52 อังกฤษ ชวดได้ประตูตีเสมอเหลือเชื่ออีกครั้ง เมื่อมาได้ฟรีคิกระยะร่วม 35 หลา แลมพาร์ด วิ่งเข้ามาดเต็มหลังเท้า นอยเออร์ ไปรับไม่ทันแล้ว ทว่าบอลพุ่งไปชนคานกระดอนออกมา อย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 59 เยอรมัน มาได้โอกาสอีกครั้ง เมื่อ มุลเลอร์ ได้บอลหน้าเขตโทษ ก่อนจะโยกหลอกกองหลัง อังกฤษ แล้วหลุดเข้าไปยิง ทว่เจ้าตัวกลับจิ่มหัวเกือก บอลเลยหลุดออกข้างไป

เกมแลกกันสนุก อังกฤษ ก็เกือบตีเสมอได้ เมื่อ รูนี่ย์ กระชากบอลขึ้นหน้า ก่อนหลบกองหลังเยอรมัน มาได้ แล้วป้ายออกด้านขวา มิลเนอร์ วิ่งเข้ามากดเต็มหลังเท้า ทว่าบอลไปชน เจอร์โรม บัวเต็ง นิดเดียวเท่านั้น

 

นาทีที่ 67 เยอรมัน ที่บุกน้อยกว่า ก็มาได้ประตูนำห่าง 3-1 จากจังหวะโต้กลับเร็ว บอลวางยาวมาถึง ชไวน์สไตเกอร์ ก่อนครองบอลรอให้เพื่อนตามขึ้นมา ก่อนจ่ายต่อให้ มุลเลอร์ หลุดเข้าไปยิงในเขตโทษด้านขวาเต็มข้อ บอลพุ่งแรงสุดปัญญาที่ เจมส์ จะเซฟได้ บอลเข้าไปตุงตาข่าย สุดสวย

นาทีที่ 70 เกมรับ สิงโตคำราม พังอีกครั้ง เมื่อมาโดนโต้กลับเร็วอีกแล้ว บอลวางยาวมาถึง โอซิล ก่อนกระชากหนี แบร์รี่ ไถึงกรอบเขตโทษ แล้วจ่ายลอดขา แอชลี่ย์ โคล ไปหน้าประตู และเป็น มุลเลอร์ ที่วิ่งเข้ามาแปเน้นๆ ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย เยอรมัน นำไกลสุดกู่ 4-1

หลังจากนั้น เยอรมัน สามารถครองเกมได้เหนือกว่า และดูเหมือนว่า นักเตะอังกฤษ จะถอดใจกันแล้ว หลังโดนนำห่าง

อังกฤษ เกือบได้ประตูไล่มา ในนาทีที่ 81 เมื่อ เจอร์ราร์ด เล่นชิ่งกับ รูนี่ย์ ก่อนที่กปับตันทีมสิงโตคำราม จะหลุดเข้าไปซัดเน้นๆ ทว่า นอยเออร์ ยังพุ่งปัดปลายมือออกไปได้

ท้ายเกม แลมพาร์ด มาได้จังหวะยิงไกล ร่วม 30 หลา ทว่าบอลก็ยังไปตรงตัวของ นอยเออร์ รับสบาย

หมดเวลาการแข่งขัน เยอรมัน ถล่มเอาชนะ อังกฤษ ไปแบบขาดลอย 4-1 ทะยานเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ไปรอพบผู้ชนะระหว่าง อาร์เจนตินา กับ เม็กซิโก ต่อไป

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
เยอรมัน : 
มานูเอล นอยเออร์ - ฟิลิปป์ ลาห์ม, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, อาร์เน่ ฟรีดริช, เจอร์โรม บัวเต็ง - บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, ซามี่ เคดิร่า - โธมัส มุลเลอร์, เมซุต โอซิล, ลูคัส โพดอลสกี้ - มิโรสลาฟ โคลเซ่
     
อังกฤษ : เดวิด เจมส์ - เกล็น จอห์นสัน, จอห์น เทอร์รี่, แม็ทธิว อัพสัน, แอชลี่ย์ โคล - เจมส์ มิลเนอร์, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, แกเร็ธ แบร์รี่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด - เวย์น รูนี่ย์, เจอร์เมน เดโฟ

 

(ภาพจาก Getty Images)

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล