เลขาธิการศาล รธน.รับ มีเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลยุบ ปชป.กับ ทศพล จริง

เลขาธิการศาล รธน.รับ มีเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลยุบ ปชป.กับ ทศพล จริง
สำนักข่าวไทย อ.ส.ม.ท.

สนับสนุนเนื้อหา

เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญยอมรับมีเจ้าหน้าที่แอบมอบเอกสารลับ คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กับ "ทศพล เพ็งส้ม" จริง เบื้องต้นตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว แต่ยังไม่ได้ข้อยุติ แต่กันเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวออกไปแล้ว ยืนยันจะทำความจริงให้ปรากฏ เกรงกระทบความเป็นกลาง

นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แถลง วันนี้ ยอมรับว่า มีเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ แอบนำเอกสารคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ มาให้นายทศพล เพ็งส้ม ทนายความคดียุบพรรคของพรรคประชาธิปัตย์ และศาลรัฐธรรมนูญได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน หลังวันเกิดเหตุ 1 วัน คือ วันที่ 18 มิถุนายน

นายเชาวนะ กล่าวว่า ได้มีการรายงานเรื่องการตั้งคณะกรรมการสอบสวนฯ ให้พรรคประชาธิปัตย์รับทราบแล้ว เนื่องจากศาลได้พบว่า มีการมอบเอกสารและข้อเท็จจริงเป็นที่ประจักษ์ และเจ้าตัวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ศาล ก็ยอมรับว่ามีการมอบเอกสาร ขณะนี้ เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการสอบสวน ยังไม่ได้มีการสรุปหรือได้ข้อยุติ ตามที่สื่อฯ อ้างจากแหล่งข่าว

"สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญห่วงเรื่องข่าวสาร ที่มีผู้อ้างตัวว่าเป็นแหล่งข่าว จะมีวัตถุประสงค์ของตัวเอง เพราะเรื่องนี้ยังไม่มีการยืนยัน หรือ สืบสวนเป็นที่ประจักษ์ เบื้องต้นยังไม่ได้มีการสั่งย้าย หรือพักงานเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว เพราะผลการสอบสวนยังไม่ได้ข้อยุติ แต่ได้กันให้พ้นไปจากความรับผิดชอบในคดีแล้ว" นายเชาวนะ กล่าว

อย่างไรก็ตาม นายเชาวนะ ยอมรับว่า ข้อมูลที่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าว นำไปมอบบุคคลภายนอก อยู่ในลำดับชั้นความลับ แต่การสอบสวนขณะนี้ ยังเป็นเพียงการสอบสวนเจ้าหน้าที่ภายใน ยังไม่ถึงขั้นการเชิญนายทศพลมาชี้แจง

"กรณีดังกล่าวนี้ ทำให้เห็นถึงมาตรการที่มีประสิทธิภาพของศาล ที่มีลำดับชั้นในการควบคุม หากใครกระทำไม่ถูกต้อง และขอให้ความมั่นใจว่า เรื่องลักษณะดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นอีก แต่ไม่ยืนยันว่า เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกหรือไม่ แต่ศาลจะต้องดำเนินการให้ข้อเท็จจริงเป็นที่ประจักษ์" นายเชาวนะ กล่าว

ด้าน นายปัญญา อุดชาชน รองเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นผู้ดูแลการสอบสวนเรื่องดังกล่าว เปิดเผยว่า คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงมีเวลาในการพิจารณา 15 วัน หากพบว่ามีมูลความผิด ก็จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ซึ่งจะเป็นผู้พิจารณาโทษ โดยการลงโทษ มีตั้งแต่ภาคทัณฑ์ ไปจนถึงการตัดเงินเดือน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วยว่า เช้าวันนี้ (22 มิ.ย.) ได้มีการประชุมคณะกรรมการร่วมระหว่างอัยการสูงสุดกับ กกต. ซึ่งมีตัวแทนของทั้ง 2 ฝ่ายเข้าร่วมประชุม โดยนายวิจิตร วิชัยสาร เป็นหัวหน้าคณะทำงาน แทนนายอิสระ หลิมศิริวงศ์ ที่ได้ลาออกจากการเป็นหัวหน้าคณะทำงาน แต่ยังคงเป็นคณะทำงานร่วมในส่วนของตัวแทนสำนักงาน กกต.

ทั้งนี้ มีรายงานว่านายอิสระซึ่งเป็นคณะกรรมการสอบสวนเรื่องยุบพรรคก่อนหน้านี้ และเป็นเสียงข้างน้อย จึงไม่ต้องการถูกมองว่า กกต.ตั้งหัวหน้าคณะทำงานที่มาจากเสียงข้างน้อย เพื่อช่วยพรรคประชาธิปัตย์ อย่างไรก็ตาม ในการประชุมนัดแรก วันนี้ ไม่มีการแถลงหรือชี้แจงแนวทางการพิจารณา หรือความคืบหน้าใดๆ และใช้เวลาในการประชุมไม่นานนัก

ด้านนายทศพล เพ็งส้ม ส.ส.นนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะทีมทนายความ ในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบกรณีพบเห็นเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ อาจนำเอกสารที่อาจเกี่ยวข้องกับคดียุบพรรคประชาธิปัตย์มอบให้ ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ซึ่งตนยอมรับว่าได้เดินทางไปศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่18 มิถุนายน แต่ไม่เกี่ยวข้องกับคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ตามที่กล่าวหา เพราะตนเองไปติดต่อรับเอกสารเกี่ยวกับคดีการถือครองหุ้นของ ส.ส.เท่านั้น

นายทศพล กล่าวว่า ได้เดินไปในช่วงเช้าประมาณก่อนเวลา 09.00 น. โดยอยู่ไม่ถึงเที่ยงและไม่ได้ร่วมรับประทานอาหารกับใครที่ศาลรัฐธรรมนูญ ระหว่างที่เข้าขอเอกสารก็ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องอื่น และยืนยันว่าไม่ได้รู้จักใครเป็นพิเศษในศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเรื่องนี้สามารถตรวจสอบได้เพราะมีการบันทึกเวลาที่ตนเข้าและออกจากศาลรัฐธรรมนูญ ในประเด็นนี้กรรมการบริหารพรรคได้มีข้อสงสัย ซึ่งตนได้เข้าชี้แจงกับกรรมการบริหารพรรคแล้วทุกคนเข้าใจดี และจะทำเป็นเอกสารชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรต่อไป ทั้งนี้ หากศาลรัฐธรรมนูญจะมีการตั้งกรรมการสอบก็ไม่เป็นไร ถือเป็นเรื่องการดำเนินการของศาล ซึ่งตนพร้อมชี้แจง