รวบแล้ว2นศ.เกษมบัณฑิตแทงวันรับน้องเจ็บ2

รวบแล้ว2นศ.เกษมบัณฑิตแทงวันรับน้องเจ็บ2
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

รวบแล้ว 2 นศ. ก่อเหตุยิง นศ.วิศวไฟฟ้า ม.เกษมบัณฑิต เจ็บสาหัส พบเป็นสถาบันเดียวกัน เจ้าตัวสารภาพ ทำร้ายร่างกายจริง แต่ไม่ได้ลงมือยิงคู่กรณี

พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผบก.น.5 แถลงผลการจับกุม นายประภัทร ดวงดร และ นายสรายุทธ บันลาก นักศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์เครื่องกล ม.เกษมบัณฑิต ชั้นปีที่ 3 และศิษย์เก่าคณะเดียวกัน หลังก่อเหตุทำร้ายร่างกาย นักศึกษาคณะวิศวกรรมไฟฟ้าของมหาวิทยาลัยเดียวกัน ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณร้านค้า หน้ามหาวิทยาลัย ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมา แล้วหลบหนีไป

โดยสามารถยึดของกลางเป็นอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน กรรไกร มีดสปริง อีก 2 ด้าม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ได้ที่บ้านพักย่านอุดมสุข และ ย่านพัฒนาการ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สืบทราบว่า คนร้าย ทั้ง 2 ราย ได้หลบหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ก็ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นจับกุม

จากการสอบสวน 2 ผู้ต้องหา ก็รับสารภาพว่า ได้ร่วมก่อเหตุทำร้ายร่างกาย 2 นศ.คู่กรณีจริง แต่ไม่ได้เป็นผู้ยิงคู่กรณีได้รับบาดเจ็บ โดยอ้างว่า ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ลงมือยิง เนื่องจาก ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงที่ยกพวกตะลุมบอนกันอย่างชุลมุนและเหตุการณ์กระทบกระทั่งของ นศ.สองกลุ่มนี้ เกิดขึ้นมาหลายครั้งและครั้งนี้เป็นเหตุที่รุนแรงที่สุด

ด้านนายชนะ กร่ำกระโทก เจ้าหน้าที่ประสานงานกิจกรรมรับน้อง ม.เกษมบัณฑิต กล่าวว่า ขณะนี้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยมีมติงดจัดกิจกรรมรับน้องทุกคณะตลอดระยะเวลา 5 ปี จนกว่าจะมีมาตรการรับน้องที่เข้มข้นและแก้ปัญหาได้จริง ทั้งนี้ เบื้องต้นพบว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับกิจกรรมรับน้อง แต่เป็นเพราะนักศึกษารุ่นน้องชั้นปีที่ 1 และรุ่นพี่ซึ่งเป็นศิษย์เก่า นั่งดื่มเหล้าบริเวณมหาวิทยาลัยเกิดอาการเขม่นกัน และนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ที่ได้รับบาดเจ็บนั้นเป็นเพียงผู้อยู่ในเหตุการณ์และหวังดีจะเข้าไปห้ามไม่ให้รุ่นพี่และรุ่นน้องทะเลาะกัน อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยให้ความสำคัญ มีคณาจารย์คอยเฝ้าระวัง มีการจัดกิจกรรมรับน้องอย่างสร้างสรรค์ และได้ประสานทำความเข้าใจกับรุ่นพี่รุ่นน้องเป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหากับนักศึกษาที่ก่อเหตุทั้ง 2 ว่า พยายามฆ่าผู้อื่น และพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร พร้อมกับควบคุมตัวไปดำเนินคดีทางกฏหมายต่อไป

 

ภาพประกอบ

 

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!