ตะเกียงเก่าๆ อยู่ในตู้มัสยิด ไม่มีใครสนใจ ที่แท้เป็นของล้ำค่า สลักเลขชัดเจน ร.ศ.129

ตะเกียงเก่าๆ อยู่ในตู้มัสยิด ไม่มีใครสนใจ ที่แท้เป็นของล้ำค่า สลักเลขชัดเจน ร.ศ.129

ตะเกียงเก่าๆ อยู่ในตู้มัสยิด ไม่มีใครสนใจ ที่แท้เป็นของล้ำค่า สลักเลขชัดเจน ร.ศ.129
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เจอตะเกียงเก่าๆ อยู่ในตู้มัสยิดมัสยิดสุราษฎร์ธานี ไม่มีใครสนใจ ที่แท้เป็นของโบราณล้ำค่า สลักเลขชัดเจน ร.ศ.129

เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา เข้าตรวจสอบที่มัสยิดเยาฮารุนดีนียะห์ พื้นที่ หมู่ 5 ตำบลท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี หลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบวัตถุโบราณสำคัญ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ว่าเป็นวัตถุสำคัญชนิดใด เพื่อเก็บรักษาให้คนรุ่นหลังได้รู้จักประวัติศาสตร์ของมัสยิดเก่าแก่แห่งนี้

นายกิตติ ชินเจริญธรรม หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา กล่าวว่า วัตถุที่พบเป็นลักษณะโคมไฟหรือตะเกียงเก่าแก่ มีข้อความว่า “พระราชทานในงานพระบรมศพ ร.ศ.๑๒๙” ซึ่งมีอายุประมาณ 114 ปี เชื่อว่าเป็นโคมไฟที่ใช้นำมันพืชเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งวันนี้ได้เข้ามาตรวจสอบวัดขนาดของวัตถุ รูปแบบของวัถุโบราณ เพื่อนำส่งข้อมูลให้กับกรมศิลปากร เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบความถูกต้องของวัตถุที่พบ รวมถึงความสำคัญของวัตถุโบราณชิ้นนี้ เพื่อพิจารณาโบราณวัตถุต่อไป

ด้าน นายประเสริฐ โต๊ะสัน คณะกรรมการมัสยิด บอกว่าโคมตะเกียงชิ้นนี้ถูกเก็บรักษาไว้ในตู้ภายในมัสยิดมาเป็นเวลานาน ตั้งแต่ยังเป็นมัสยิดไม้ จนย้ายมาที่ใหม่แห่งนี้ ไม่มีใครรู้ถึงความสำคัญของวัตถุโบราณชิ้นนี้ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบระบุความเป็นมาของตะเกียง เพื่อที่จะได้นำเก็บรักษาจัดแสดงให้คนรุ่นหลังได้ทราบถึงประวัติ และความสำคัญของมัสยิด ที่มีโคมตะเกียงพระราชทานชิ้นนี้

สำหรับมัสยิดเยาฮารุนดีนียะห์ ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยมุสลิมที่เริ่มเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่ตั้งแต่ปี 2329 ในยุคเป็นเมืองท่าสำคัญในการค้าขายกับประเทศจีน ถือเป็นอีกหนึ่งมัสยิดเก่าแก่ที่รวมใจไทยมุสลิมมาอย่างยาวนาน และถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับมอบตะเกียงพระราชทานชิ้นนี้ให้

คาดเป็นตะเกียงแบบเดียวกับที่พบในมัสยิด จ.นครศรีธรรมราช

อย่างไรก็ตาม เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2566 มีรายงานว่านักวิชาการท้องถิ่นได้ค้นพบตะเกียงโบราณขนาดใหญ่ ที่ถูกใช้ในการพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปิยะมหาราช ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ถูกเก็บไว้ใน มัสยิดดารุลมุตตากีน หรือ มัสยิดท่าเรือ ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าเรือ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งตะเกียงดวงนี้ได้ถูกเก็บไว้ในมัสยิดแห่งนี้กว่า 100 ปี โดยที่คนรุ่นหลังไม่ได้ทราบถึงความสำคัญ จนกระทั่ง นายสามารถ สาเร็ม นักวิชาการประวัติศาสตร์มุสลิมภาคใต้ เป็นผู้ค้นพบตะเกียงนี้เป็นคนแรกและนำข้อมูลไปศึกษา

โดยเป็นตะเกียงโลหะขนาดใหญ่ทำจากทองเหลืองกรอบดุนลายใบไม้อย่างงดงาม มีกระจกกันลมสีเขียว หลอมโบราณ ภายในมีจานไส้ตะเกียง ด้านข้างมีแผ่นทองเหลืองยึดหมุดติดกับตัวตะเกียงข้อความว่า “พระราชทานในงานพระบรมศพ ร.ศ.๑๒๙” และยังพบตุ้มเหล็ก 2 ลูก มีลวดลายงดงามแต่ถูกสนิมกัดกร่อน ส่วนโซ่สำหรับแขวนตะเกียงยังอยู่ในระหว่างการสืบค้นหา

นายสามารถ สาเร็ม นักวิชาการประวัติศาสตร์มุสลิมภาคใต้ ระบุว่าตะเกียงนี้ถูกใช้งานในพลับพลาการพิธีพระบรมศพรัชกาลที่ 5 และมีหลักฐานภาพที่ปรากฏในสมัยนั้นอย่างชัดเจน ซึ่งปัจจุบันนั้นในภาคใต้พบเพียง 2 แห่งคือที่สงขลา 1 แห่ง และที่นี่อีก 1 แห่ง ตะเกียงนี้เป็นเครื่องสังเค็ดพระราชทานจากล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ภายหลังจากการพระบรมศพรัชกาลที่ 5 เสร็จสิ้น เครื่องใช้ต่างๆ ถูกส่งไปยังที่สำคัญๆ ทั่วประเทศ การมีอยู่ของตะเกียงในมัสยิดเก่าแก่ที่นี่ เป็นเครื่องยืนยันของความสัมพันธ์ที่สถาบันพระมหากษัตริย์ของประเทศไทย กับคนไทยทุกศาสนา 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล