พท.ซัดกองทัพอากาศใช้งบฯกว่า500ล.ซ่อมเครื่องบิน 21 ลำไม่ชอบมาพากล ชี้เอื้อประโยชน์เอกชน

เพื่อไทย ตรวจสอบกองทัพอากาศ ใช้งบฯกว่า 500 ล.ปรับปรุงเครื่องบิน 21 ลำ กร้าวเอื้อประโยชน์เอกชน ใช้วิธีจัดจ้างแบบพิเศษ ทั้งที่สตง.บอกว่าทำไม่ได้ แฉมีสิทธิเบิกจ่ายแค่ 25 % แต่รับไปแล้ว 50 % ซ้ำเพิ่มทำได้แค่ 2 ลำ เชื่อโครงการไม่ชอบมาพากล พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการ (กมธ.) ทหาร สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุม กมธ.ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 8 มกราคม ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาการใช้งบประมาณในการปรับปรุงระบบอิเล็กทรอนิกส์ของเครื่องบินในกองทัพอากาศ จำนวน 21 ลำ วงเงิน 565.5 ล้านบาท ซึ่งจะหมดสัญญาในปี 2552 แต่มีการเบิกจ่ายงบประมาณไปแล้ว 50% มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท โดยบริษัทที่ได้งานคือ บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด ซึ่งกองทัพอากาศใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างแบบพิเศษ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าบริษัทเพิ่งตั้งขึ้นเมื่อปี 2547 และไม่ใช่บริษัทที่ผลิตเครื่องบินหรือีความชำนาญในด้านนี้

ที่น่าเป็นห่วงคือ บริษัทอุตสาหกรรมการบินไม่ได้ดำเนินการเอง แต่กลับไปจ้างบริษัท เอ วี แอล เอ แซท จำกัด มารับช่วงเป็นผู้ดำเนินการแทน โดยบริษัทอุตสาหกรรมการบินก็ตั้งขึ้นมาได้ไม่นาน และ สตง. (สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน) ก็ได้ตรวจสอบเรื่องนี้และยืนยันไปยังกองทัพอากาศว่า ไม่สามารถทำได้ หากไม่มีการเปิดซองประมูล แต่ทางกองทัพอากาศก็ยังยืนยันที่จะดำเนินการ ดังนั้น ทาง กมธ.จะตรวจสอบเรื่องนี้โดยละเอียด โดยสัปดาห์หน้าจะเชิญ สตง.มาชี้แจงเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับกองทัพอากาศต่อไป ประธาน กมธ.ทหารกล่าว

พ.ต.ท.สมชายกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังเป็นที่น่าสังเกตอีกว่า บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด ไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจ เป็นเพียงบริษัทเอกชนธรรมดา แต่กลับเบิกจ่ายงบประมาณก่อนได้ถึง 50% ทั้งที่ความเป็นจริงบริษัทเอกชนจะสามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้เพียง 25% เท่านั้น ดังนั้น จะเห็นว่า ในระยะเวลาเพียงปีเศษหลังจากการทำสัญญา บริษัทดังกล่าวสามารถดำเนินการปรับปรุงเครื่องบินได้เพียงแค่ 2 ลำ ซึ่งเชื่อว่าจะมีการจับเสือมือเปล่า และมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลแน่นอน

โครงการนี้เกิดขึ้นในยุคที่ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุก เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ซึ่งผมสามารถพูดได้ว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชน ดังนั้น เรื่องนี้ควรให้จเรทหารเข้ามาตรวจสอบว่ามีการทุจริตหรือไม่อย่างไร โดยเรื่องนี้อาจเข้าข่ายให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบต่อไป พ.ต.ท.สมชายกล่าว

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด