รพ.จุฬาฯ วอนผู้ชุมนุมเปิดทางเข้า ถ.ราชดำริ

รพ.จุฬาฯ วอนผู้ชุมนุมเปิดทางเข้า ถ.ราชดำริ

รพ.จุฬาฯ วอนผู้ชุมนุมเปิดทางเข้า ถ.ราชดำริ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาฯ ย้ำอีกครั้งว่าขอให้ผู้ชุมนุมถอยร่น และเปิดทางเข้าโรงพยาบาลด้านถนนราชดำริทั้งหมด เพื่อเปิดทางให้รักษาผู้ป่วยได้ตามปกติ

นพ.อดิศร ภัทราดูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ แถลงจุดยืนและข้อเรียกร้องของทางโรงพยาบาลต่อแกนนำคนเสื้อแดง ยืนยันว่าโรงพยาบาลเป็นหน่วยงานของสภากาชาดไทย จะให้การรักษาผู้ป่วยตามหลักกาชาดสากลอย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักมนุษยธรรม มีความเป็นกลาง ไม่เลือกปฏิบัติ ดังนั้นขอให้ผู้ชุมนุมถอยร่นแนวชุมนุม เปิดทางเข้าโรงพยาบาลด้านถนนราชดำริทั้งหมดจนถึงแยกสารสิน เพื่อให้รักษาผู้ป่วยได้ตามปกติ นอกจากนี้ ยืนยันว่าโรงพยาบาลจะไม่ยอมให้นำกำลังทหาร-ตำรวจเข้ามาในโรงพยาบาล โดยขณะนี้มีผู้ป่วยย้ายออกจากโรงพยาบาลไปแล้วกว่า 500 คน ส่วนกรณีที่แกนนำไม่มาหารือร่วมกัน โดยอ้างเรื่องความปลอดภัย ขอย้ำว่าเป็นการเข้าใจผิด ทางโรงพยาบาลไม่ได้ทำอะไรผิด ดังนั้นแกนนำจึงต้องเป็นฝ่ายเดินทางมาเจรจาเอง

พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เดินทางมาพื้นที่การชุมนุมบริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 เพื่อตรวจดูแนวกั้นยางรถยนต์ที่ก่อนหน้านี้คนเสื้อแดงได้รื้อออก เพื่อคืนผิวจราจรให้กับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ แต่ภายหลังเห็นว่าอาจทำให้เกิดอันตรายกับผู้ชุมนุมได้ง่าย และเป็นจุดล่อแหลม หากมีการใช้กำลังเข้าปราบปราม จึงขอการ์ดเสื้อแดงและผู้ชุมนุมย้ายยางรถยนต์วางตั้งแนวกั้นตามเดิม

สำหรับบรรยากาศที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ตลอดทั้งวัน งดรับผู้ป่วยใหม่ยกเว้นกรณีเร่งด่วน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้เร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากห้องไอซียูไปยังโรงพยาบาลต่าง ๆ มีทั้งเด็กแรกเกิดที่ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ บางรายต้องให้เลือดอยู่ในตู้อบ รวมทั้งผู้ป่วยสูงอายุที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ และย้ายผู้ป่วยอีก 26 คน ไปโรงพยาบาลศิริราช เพื่อให้ได้รับการรักษาต่อเนื่องจากแพทย์ชุดเดิม ร่วมกับแพทย์ของโรงพยาบาลศิริราช

ขณะที่มีกลุ่มพยาบาลและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจุฬารวมตัวกันชูป้าย "เราเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ยึดมั่นในประโยชน์สูงสุดของคนไข้เป็นหลัก ขออย่ามารุกล้ำการทำงานของพวกเราเลย" ยืนยันไม่ได้เป็นการแสดงออกถึงการแบ่งฝักฝ่าย แต่เจ้าหน้าที่ต้องการความสะดวกและความปลอดภัยสูงสุดของคนไข้ เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาล.

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล