เช็กข่าวชัวร์ : "พิซซ่า" ที่แช่ในตู้เย็น กินไปเสี่ยงติดเชื้อ? มีเคสช็อก สาวต้องผ่าสมองฉุกเฉิน!

เช็กข่าวชัวร์ : "พิซซ่า" ที่แช่ในตู้เย็น กินไปเสี่ยงติดเชื้อ? มีเคสช็อก สาวต้องผ่าสมองฉุกเฉิน!

เช็กข่าวชัวร์ : "พิซซ่า" ที่แช่ในตู้เย็น กินไปเสี่ยงติดเชื้อ? มีเคสช็อก สาวต้องผ่าสมองฉุกเฉิน!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เช็กให้ชัด ข่าวสาวกิน "พิซซ่า" แช่ตู้เย็น ติดเชื้อในสมอง ต้องผ่าตัดด่วน จริงหรือไม่?

ในโลกออนไลน์มีการแชร์อุทาหรณ์เตือนภัยด้านสุขภาพ กรณีหญิงสาววัย 30 ปี ในมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน ที่รับประทาน "พิซซ่า" ซึ่งแช่ค้างคืนในตู้เย็น แล้วเกิดอาการปวดศีรษะรุนแรง อาเจียน จนต้องเข้ารับการผ่าตัดสมองฉุกเฉินจากการติดเชื้อแบคทีเรีย สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ที่นิยมทานอาหารค้างคืน กองบรรณาธิการ Sanook News ได้ตรวจสอบรายละเอียดและข้อเท็จจริงทางการแพทย์ของกรณีนี้แล้ว เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง

คำถาม

จริงหรือไม่ที่การรับประทาน "พิซซ่า" ค้างคืนที่แช่ในตู้เย็น สามารถทำให้ติดเชื้อแบคทีเรียขึ้นสมองจนต้องผ่าตัดกะโหลกศีรษะ?

การตรวจสอบ

จากการตรวจสอบข้อมูลตามรายงานข่าวและหลักฐานทางการแพทย์ กองบรรณาธิการ Sanook News พบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นกรณีศึกษาทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นจริง และมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์รองรับ ดังนี้:

1. ที่มาของเหตุการณ์ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับหญิงสาววัย 30 ปี (นามสมมุติ คุณหวัง) ในมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน ผู้ป่วยได้รับประทานพิซซ่าที่เหลือจากการกินมื้อเย็นและนำไปแช่ตู้เย็นเพื่อกินต่อในวันรุ่งขึ้น หลังจากรับประทานและนอนพักผ่อน เธอมีอาการปวดศีรษะรุนแรง ทรงตัวไม่อยู่ และอาเจียน เมื่อนำส่งโรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยว่ามีการติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง

2. สาเหตุของการติดเชื้อ แพทย์ตรวจพบเชื้อแบคทีเรีย "ลิสทีเรีย" (Listeria monocytogenes) ในน้ำไขสันหลังของผู้ป่วย ซึ่งทำให้เกิดภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบและลุกลามไปสู่ภาวะโพรงสมองอักเสบ (Ventriculitis) จนเกิดฝีในสมอง จำเป็นต้องผ่าตัดระบายหนองและลดความดันในกะโหลกศีรษะเพื่อรักษาชีวิต

3. อันตรายของเชื้อลิสทีเรีย (Listeria) ข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันว่า เชื้อลิสทีเรียมีคุณสมบัติพิเศษที่แตกต่างจากเชื้อโรคอาหารเป็นพิษทั่วไป คือ:

  • ทนความเย็นได้ดี: สามารถเจริญเติบโตได้ในอุณหภูมิ 4-10 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิมาตรฐานของตู้เย็นช่องธรรมดา จึงได้รับฉายาว่า "ฆาตกรในตู้เย็น"
  • ความรุนแรง: หากเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดและลามไปถึงระบบประสาทหรือสมอง มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 20-30%
  • กลุ่มเสี่ยง: มักรุนแรงในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ สตรีมีครรภ์ เด็กเล็ก และผู้สูงอายุ แต่ในกรณีนี้แสดงให้เห็นว่าผู้ใหญ่วัยทำงานที่พักผ่อนน้อยหรือร่างกายอ่อนแอก็มีความเสี่ยงเช่นกัน

4. การป้องกัน แพทย์แนะนำว่าอาหารที่แช่ตู้เย็น หากจะนำมารับประทานซ้ำ ต้องผ่านความร้อนให้ทั่วถึง (อุณหภูมิมากกว่า 70 องศาเซลเซียส) เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และควรหมั่นทำความสะอาดตู้เย็นเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค

ข้อเท็จจริง

"เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริง"

กรณีดังกล่าวเป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Listeria ซึ่งปนเปื้อนในอาหารและเติบโตได้ดีในตู้เย็น การรับประทานอาหารค้างคืนโดยไม่อุ่นร้อนให้เพียงพอ มีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อนี้เข้าสู่ร่างกายและอาจลุกลามจนติดเชื้อในกระแสเลือดหรือสมองได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงและผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล