สภาพครอบครัวไทยในปัจจุบัน...กับการเปลี่ยนแปลงไปของสังคม (เนื่องในวันครอบครัว 14 เมษายน)

สภาพครอบครัวไทยในปัจจุบัน...กับการเปลี่ยนแปลงไปของสังคม (เนื่องในวันครอบครัว 14 เมษายน)

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2532 คณะรัฐมนตรี ซึ่งมีพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรีได้เสนอมติโดยคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นผู้เสนอ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบด้วยและอนุมัติ ให้ วันที่ 14 เมษายน ของทุกปี เป็นวันแห่งครอบครัว ซึ่งตรงกับวันสงกรานต์ของไทย เพราะโดยส่วนใหญ่ในวันนี้เป็นวันที่สมาชิกในครอบครัวมีโอกาสพบปะกันได้โดยสะดวก การที่ทางราชการกำหนดวันครอบครัวขึ้นมานั้น เนื่องจากคณะกรรมมาธิการกิจการสตรีและเยาวชน สภาผู้แทนราษฎร ได้สรุปผลจากการศึกษาปัญหาเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน ที่พบว่าปัญหาครอบครัวเป็นปัญหาหนึ่งที่สำคัญที่ก่อให้เกิดผลทางสังคมตามมาเป็นอันมาก ไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติดอาชญากรรม และปัญหาต่างๆ อีกมากมาย เนื่องมาจากปัญหาครอบครัวที่ไม่อบอุ่น ขัดแย้ง ความไม่เข้าใจกันระหว่างคนในครอบครัว อีกทั้งลักษณะวิถีชีวิตของครอบครัวในสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก สมาชิกในครอบครัวต่างต้องดิ้นรนทำมาหาเลี้ยงชีพ พ่อแม่ที่ต้องทำงานหนักเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับลูก และครอบครัวไม่มีเวลาสั่งสอนอบรมลูก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วน แต่จะสร้างปัญหาให้กับสังคม และหากมองถึงสภาพครอบครัวไทยในปัจจุบันว่ามีความแตกต่างจากในอดีตมากน้อยเพียงใด สวนดุสิตโพล ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนถึง ครอบครัวไทย ในวันนี้เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านๆ มามีความแตกต่างกันหรือไม่ โดยพบว่าประชาชนกว่าครึ่งระบุว่า สภาพครอบครัวไทยแตกต่างไปจากเดิมมาก กว่าร้อยละ 68.63 เนื่องมาจากสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของคนในสังคมเปลี่ยนแปลงไป คนในครอบครัวจึงต่างต้องดิ้นรนทำมาหาเลี้ยงชีพ ทำให้ความใกล้ชิด การดูแลเอาใจใส่ลดน้อยลง ขณะที่ลูกหลานมีอิสระและมีเสรีภาพในการปกครองตนเองมากขึ้น สำหรับความเห็นของประชาชนต่อครอบครัวไทยในสมัยก่อน ส่วนใหญ่ที่ร้อยละ 40.67 มองว่า ครอบครัวในอดีตเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ที่มีทั้งพ่อแม่ ลุงป้า น้าอา ปู่ย่า ตายาย อาศัยอยู่รวมกัน เต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่น มีความใกล้ชิดสนิทสนมกันอย่างมาก สมาชิกในครอบครัวมีความสมัครสมานสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจกันดี และพ่อแม่มีเวลาในการอบรม สั่งสอนเลี้ยงดูลูกๆ มีเวลาอยู่ด้วยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เหล่านี้สะท้อนได้ว่าครอบครัวไทยที่มีความเป็นครอบครัวเดี่ยวเริ่มรู้สึกถึงปัญหาของความเป็นครอบครัวเดี่ยวและการใช้ชีวิตที่มีเวลาเร่งรีบและจำกัด อย่างไรก็ตามแม้สังคมจะเปลี่ยนแปลงไปหากแต่ ครอบครัวสมัยใหม่ก็ยังมีจุดเด่น ที่ประชาชนส่วนใหญ่มองว่า ครอบครัวไทยในสมัยนี้ มีสิทธิและความเสมอภาคเท่าเทียมกัน ทั้งสามีและภรรยาที่ต่างช่วยกันทำมาหากิน และการเปิดโอกาสให้ลูกๆ มีอิสระทางความคิดและการกระทำมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกได้แสดงความคิดเห็นหรือพูดคุย ขอคำปรึกษาได้เกือบทุกเรื่อง ทั้งหมดนี้คือภาพเปรียบเทียบสภาพครอบครัวไทยในอดีตและในปัจจุบัน ที่ประชาชนระบุว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ซึ่ง ปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคงปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งมาจากการเลี้ยงดูของครอบครัว ซึ่งจากการสำรวจของสวนดุสิตโพล ถึงปัญหาในครอบครัวไทย ณ วันนี้ที่เกิดขึ้น ว่าส่วนใหญ่มาจากเรื่องใด ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 34.46 พ่อแม่ไม่มีเวลาเนื่องจากต้องทำมาหาเลี้ยงชีพและต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ร้อยละ 31.51 สภาพแวดล้อม การเข้ามาของวัฒนธรรมต่างชาติ และเทคโนโลยีต่างๆ รองลงมาคือ ขาดการดูแลเอาใจใส่ ขาดความรัก ความอบอุ่นและการอบรมสั่งสอนจากพ่อแม่ และความไม่เข้าใจกัน ความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน มุมมองที่แตกต่างกันระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ จากเสียงสะท้อนเหล่านี้จะเห็นได้ว่ายังเป็นปัญหาเดิมๆ ที่มาจากปัจจัยทางสังคมและความเปลี่ยนแปลงไปของครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาพสังคมไทยที่มีความขัดแย้งรุนแรง แตกแยกทางความคิด หากสภาพครอบครัวยังไม่มีความพร้อมในการเป็นผู้ให้คำปรึกษา แนะนำ อบรมสั่งสอนสิ่งดีๆ แก่เยาวชนและคนในครอบครัว สิ่งเหล่านี้ถือเป็นความน่ากลัวที่ต้องพึงระวังเป็นอย่างยิ่งสำหรับสังคมไทย การสร้างสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็ง ทั้งการให้ความรักและความเอาใจใส่ ความเข้าใจซึ่งกันและกัน การให้กำลังใจและสนับสนุนกันและกัน รับฟังปัญหาและช่วยกันแก้ไขปัญหา และ การให้อภัยกัน รวมถึงการมีเวลาให้กับคนในครอบครัว ถือเป็นแนวทางในการสร้างเกราะให้ครอบครัวแข็งแรง และเป็นเกราะในการสร้างความเข็มแข็งที่ดีที่สุดสำหรับสังคมไทย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล