เปิดแผน ''เซฟ-ที-คัท''

เปิดแผน ''เซฟ-ที-คัท''

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
สังคมเราเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ภาคธุรกิจจึงต้องเปลี่ยนแปลงยุทธวิธีดำเนินธุรกิจอยู่เสมอ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจและสังคมที่พลิกผันรวดเร็ว มิเช่นนั้นก็ไม่สามารถประคองธุรกิจให้อยู่รอดได้

ด้วยเหตุผลนี้เราจึงได้รับรู้ข่าวสารการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ แปลงโฉมผลิตภัณฑ์ ปรับวิธีการตลาดต่อเนื่อง ล่าสุดถึงคิว บริษัท ซี.เอส.อินเตอร์เนชั่นแนล อีเล็คโทรนิคส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ เซฟ-ที-คัท ขอปรับกลยุทธ์การทำธุรกิจบ้าง หลังจาก ชวาล โสตถิวันวงศ์ ผู้ก่อตั้งบริษัท เริ่มโอนถ่ายงานไปสู่รุ่นลูกอย่างเต็มตัว โดยมี กรวิณ โสตถิวันวงศ์ รองประธานบริหารฝ่ายโรงงาน และ ณัฐพจน์ โสตถิวันวงศ์ กรรมการผู้จัดการ นำทัพปรับโฉมในปีนี้

ทั้งนี้ คุณณัฐพจน์ โสตถิวันวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี.เอส.อินเตอร์เนชั่นแนล อีเล็คโทรนิคส์ จำกัด ระบุว่า การปรับโฉมครั้งนี้ เป็นครั้งแรกในรอบ 35 ปี หลังจากก่อตั้งบริษัท เริ่มตั้งแต่ปรับโครงสร้างบริษัท ต่อด้วยปรับโฉมผลิตภัณฑ์ให้ ทันสมัย ผอมเพรียว ใช้ง่ายขึ้น โดยมีพี่ชาย คือ คุณกรวิณ รับหน้าที่ออกแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งการปรับโฉมผลิตภัณฑ์ครั้งนี้ ได้นำเทคโนโลยีวงจรไฟฟ้า (เซอร์กิต) แบบดิจิตอลเข้ามาใช้ แทนระบบอนาล็อก ซึ่งเป็นระบบเก่า ทำให้บริษัทเป็นผู้ผลิตเครื่องตัดไฟรายแรก ที่นำระบบดิจิตอลมาใช้ในไทย ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มากขึ้น

และจารปรับโฉม ทำให้บริษัทปรับชื่อผลิต ภัณฑ์ให้สอดคล้องกับตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วย จากเดิมเคยใช้ชื่อ เซฟ-ที-คัท ก็จะเพิ่มคำห้อยท้ายเป็น เซฟ-ที-คัท โกลด์ ให้ผู้บริโภครับกับการเปลี่ยนแปลง ที่ดีขึ้น

ขณะเดียวกันยังเตรียมเพิ่มประเภทผลิตภัณฑ์ จากเดิมมีเพียงผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัย ภายใต้ชื่อ เซฟ-ที-คัท 4 ประเภท คือ เครื่องตัดวงจรกระแสไฟฟ้ารั่วลงดินอัตโนมัติ, ชุดประกอบสำเร็จควบคุมไฟฟ้าแรงดันต่ำ และเครื่องตัดวงจรกระแสไฟฟ้าแรงดันอัตโนมัติ, ตู้ควบคุมวงจรไฟฟ้า และเครื่องให้แสงสว่างฉุกเฉินในกรณีไฟฟ้าดับ ก็จะเพิ่มเครื่องส่งสัญญาณกันขโมยชนิดไร้สาย และเครื่องทำน้ำอุ่นพร้อมระบบกันไฟดูด เพิ่มผลิตภัณฑ์กลุ่มประหยัดไฟ ภายใต้ชื่อ เอเนอร์ ได้แก่ หลอดประหยัดไฟ และในอนาคตจะขยายไปจับผลิตภัณฑ์ กระเป๋าโซลาร์เซลล์ สำหรับแปลงพลังงานสะสมเป็นไฟฟ้า เจาะกลุ่มผู้เช่าอพาร์ตเมนต์ คนที่ชอบไปตั้งแคม อยู่ป่า เป็นต้น

สำหรับกลยุทธ์สำคัญที่ใช้บุกตลาดรอบนี้ คือ เน้นให้ความรู้ที่ถูกต้องกับประชาชน เกี่ยวกับเรื่องไฟฟ้า เพราะมองว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่าตู้ควบคุมไฟฟ้าที่บ้านตนเอง จะช่วยไม่ให้ไฟดูดคนได้ ทั้งที่จริงแล้ว ช่วยได้เพียงตัดวงจรกระแสไฟฟ้าลัดวงจร หรือกระแสไฟฟ้าเกิน ไม่ครอบคลุมไฟดูดคน และถึงแม้ติดตั้งสายดินที่บ้าน แต่การติดตั้งเครื่องตัดไฟก็ยังจำเป็น เพราะการมีสายดิน ไม่ได้การันตีว่าผู้บริโภคจะปลอดภัยจากการถูกไฟดูด เป็นต้น โดยจะดึงผู้เชี่ยวชาญในวงการไฟฟ้ามาทำหน้าที่เป็นผู้คอยตอบคำถามให้ลูกค้าผ่านเว็บไซต์ของบริษัท www.safe-t-cut.net ที่จะปรับปรุงให้เสร็จภายใน 2 เดือนนี้ รวมทั้งให้ความรู้ผ่านช่องทางสังคมออนไลน์ เข้าไปจับมือกับบริษัทที่มีนโยบายรณรงค์เรื่องความปลอดภัย เพื่อให้ความรู้กับพนักงาน และการออกร้านในงานส่งเสริมการขายต่าง ๆ ที่คาดว่าจะมีลูกค้าเป้าหมายไปร่วมงานมาก โดยเน้นให้ลูกค้าเห็นความสำคัญของการติดตั้งเครื่องตัดไฟ

ทั้งนี้บริษัทตั้งงบการตลาดไว้เพียง 2 ล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับอดีตเคยมี 14-15 ล้านบาทต่อปี เนื่องจากเน้นช่องทางออนไลน์มากขึ้น ซึ่งใช้งบน้อย

นับได้ว่า การปรับตัวครั้งนี้เป็นการปรับครั้งใหญ่จริงๆ อย่างที่ผู้บริโภคไม่เคยได้เห็นมาก่อน ซึ่งเป็นสัญญาณดีที่จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ชื่อคุ้นหูอย่าง เซฟ-ที-คัท ครองแชมป์ในตลาดเครื่องตัดไฟได้อีกนาน ผู้ประกอบธุรกิจรายไหน ไม่เคยปรับตัวมานาน ก็น่าจะลองมองเป็นแนวทางปรับตัวบ้าง เพื่ออนาคตที่ดีขึ้น.

จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล