จุฬาราชมนตรีสวาสดิ์วัย94ปีสิ้นใจโดยสงบ

จุฬาราชมนตรีสวาสดิ์วัย94ปีสิ้นใจโดยสงบ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานดินในพิธีฝังศพจุฬาราชมนตรีคนที่ 17 สวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ หลังจากถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคชราอย่างสงบด้วยวัย 94 ปี ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เผยท่านเป็นต้นแบบแก่ศาสนิกชนอิสลาม เป็นผู้นำทางศาสนาที่ดีให้เหล่าผู้นับถือนำไปเป็นแบบอย่าง ขอให้ทุกคนในชาติอยู่ด้วยกันอย่างสงบสันติ ด้านญาตินำศพไปทำพิธีญานาซะห์ที่มัสยิดอัลฮุสนาย่านหนองจอก ด้านกระทรวงมหาดไทยเตรียมคัดเลือกจุฬาราชมนตรีคนใหม่ตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. นายดำรงค์ สุมาลย ศักดิ์ เลขาธิการสำนักจุฬาราชมนตรี รองเลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ในฐานะบุตรชายนายสวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ จุฬาราชมนตรี เปิดเผยว่า นายสวาสดิ์ ได้ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคชรา เมื่อเวลา 13.10 น. ของวันนี้ ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ รวมสิริอายุได้ 94 ปี ซึ่งทางสำนักจุฬาราชมนตรี และคณะกรรม การกลางอิสลาม แห่งประเทศไทย จะมีพิธีญะนาซะห์ หรือพิธีละหมาดญะนาซะห์ ในเวลา 13.00 น. วันที่ 25 มี.ค.นี้ ที่มัสยิดอัลฮุสนา บริเวณถนนมิตรไมตรี เขตหนองจอก กรุงเทพฯ

ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานดินในพิธีฝังศพจุฬาราชมนตรีด้วย ส่วนการคัดเลือกจุฬาราชมนตรีคนต่อไปนั้น ทางกระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้ดำเนินการคัดเลือกตามกฎหมายต่อไป

ที่รพ.กรุงเทพ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักจุฬาราชมนตรี คณะกรรมการ กลางอิสลามแห่งประเทศไทย และผู้นับถือศาสนาอิสลาม รวมถึงญาติของนายสวาสดิ์ ได้เดินทางมารอรับศพจุฬาราชมนตรีท่ามกลาง ความโศกเศร้าเสียใจ ทั้งนี้นายสวาสดิ์ ได้เข้ารักษาอาการป่วยด้วยโรคติดเชื้อในปอดและโรคหัวใจ ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 50 โดยรักษาตัวอยู่ที่เตียง 15 ห้องซีซียู แผนก อายุรกรรมโรคหัวใจ ชั้น 4 อาคารอาร์ มานานกว่า 2 ปี

นายดำรงค์ กล่าวว่า ได้มีการเตรียมทำพิธีตามศาสนาด้วยการนำศพนายสวาสดิ์ ไปตั้งที่บ้านพักเลขที่ 26/1 หมู่ 12 ถนนมิตรไมตรี เขตหนองจอก เพื่อรอนำไปฝังในวันที่ 25 มี.ค.นี้ ณ มัสยิดอัลฮุสนา ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านพัก ทั้งนี้ก่อนจะถึงแก่อนิจกรรม ท่านจุฬาราชมนตรีได้สั่งสอนให้ผู้นับถือศาสนาอิสลามรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ขอให้ทุกคนทุกศาสนาอยู่ด้วยกันในสังคมด้วยความสันติสงบสุข ซึ่งท่านได้ปฏิบัติตนเป็นต้นแบบให้แก่ศาสนิกชน อิสลามมาตลอดชีวิต เป็นต้นแบบผู้นำทางศาสนาที่ดี ให้เหล่าศาสนิกชนซึมซับไปปฏิบัติ />

ต่อมาเวลา 15.45 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางออกจากรัฐสภา ได้เข้าคารวะมายัด (ศพ) นายสวาสดิ์ ที่ถึงแก่อนิจกรรม โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความเสียใจกับครอบครัวของจุฬาราชมนตรีด้วย

สำหรับนายสวาสดิ์ มีชื่อทางศาสนาอิสลามว่า อะห์มัด บิน มะห์มูด ซัรกอรี เกิดเมื่อ 27 ม.ค. 2459 ที่ จ.ฉะเชิงเทรา เป็นบุตรของนายฮัจญีมะมูด และนางเราะมาห์ สุมาลยศักดิ์ มีพี่น้อง 3 คน เป็นบุตรคนโต เมื่ออายุได้ 8 ขวบ ครอบครัวได้ย้ายมาที่เขตหนองจอก กรุงเทพฯ และสมรสกับนางชื่น มีบุตรด้วยกัน 7 คน เป็นชาย 5 คน หญิง 2 คน เมื่อเรียนจบสายสามัญได้เรียนต่อทางด้านศาสนากับอาจารย์ที่มีชื่อเสียงหลายท่าน รวมทั้งอาจารย์ต่วน สุวรรณศาสน์ และอาจารย์มุสตาฟา พรหมยงค์ รวมทั้งได้ไปเรียนศาสนาที่เมืองเมกกะ ประเทศ ซาอุดีอาระเบียด้วย

นายสวาสดิ์ ได้รับเลือกให้เป็นจุฬาราชมนตรี คนที่ 17 หลังจากนายประเสริฐ มะหะหมัด ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อ พ.ศ. 2540 โดยเป็นจุฬาราชมนตรีคนแรกที่ได้รับการเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540 ในด้านสังคมได้เป็นประธานกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย รองประธานคณะกรรมการ กลางอิสลามแห่งประเทศไทย กรรมการกลาง อิสลามแห่งประเทศไทย เป็นหัวหน้าคณะธรรมทูตอิสลามของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นอาจารย์สอนที่โรงเรียนอิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย เป็น ส.ส. กรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ 2 สมัย และสมาชิกสภาเทศบาลกรุงเทพฯ 2 สมัย

วันเดียวกัน นายธีระ สลักเพชร รมว. วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า จากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการแต่งตั้งอะมีรุ้ลฮัจญ์ หรือรออิสบิซาตุลฮัจญ์ อัลรัสมียะห์ (หัวหน้าคณะผู้แทนฮัจญ์ทางการ) ตามที่คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และกรมการศาสนา (ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เสนอ โดยนายอิมรอน มะลูลีม ได้รับการพิจารณาให้เป็น หัวหน้าคณะผู้แทนฮัจญ์ทางการ ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมกิจการฮัจญ์ พ.ศ. 2524 ซึ่งบุคคลดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนฮัจญ์ทางการของประเทศไทยนำชาวไทยผู้นับถือศาสนาอิสลามเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ณ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย แทนท่านจุฬาราชมนตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การสรรหาจุฬาราชมนตรี ได้มีรายละเอียดระบุไว้ในกฎกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2542 ออกตามความใน พ.ร.บ.การบริหารองค์การศาสนา อิสลาม พ.ศ. 2540 ว่า เมื่อตำแหน่งจุฬาราชมนตรีว่างลง ให้รมวมหาดไทย ประกาศกำหนดวัน เวลา และสถานที่ประชุมสรรหาและให้ความเห็นชอบผู้ที่ดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีและแจ้งให้กรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั่วประเทศรับทราบ โดยการประชุมสรรหาต้องมีกรรมการอิสลามประจำจังหวัดมาประชุมไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 มี รมว. มหาดไทยเป็นประธาน

การให้ความเห็นชอบผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรี จะใช้วิธีการลงคะแนนในทางลับ ให้กรรมการอิสลามประจำจังหวัด เสนอชื่อผู้มีคุณสมบัติ 10 ประการ อาทิ สัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี เป็นต้น คณะกรรมการอิสลามฯ เสนอชื่อได้คนละ 1 ชื่อ หากกรรมการทุกคนมีความเห็นเสนอเพียงชื่อเดียว ก็ให้บุคคลคนนั้นดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรี หากในกรณีที่มีผู้เสนอชื่อมากกว่า 3 ชื่อ ให้ดำเนินการคัดเลือกให้เหลือเพียง 3 ชื่อ จากนั้นจะลงคะแนนในบัตรลงคะแนน นับคะแนน ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด จะเป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นจุฬาราชมนตรี และให้รมว.มหาดไทย เสนอชื่อไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงพระกรุณาโปรด เกล้าฯ แต่งตั้งเป็นจุฬาราชมนตรีต่อไป

ทั้งนี้ ในวันที่ 25 มี.ค.นี้ ในพิธีละหมาดญะนาซะห์ ณ มัสยิดอัลฮุสนา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯแทนพระองค์ พระราชทานดินฝังศพนายสวาสดิ์ ในเวลา 13.00 น.

สำนักจุฬาราชมนตรี ออกประกาศเรื่องการถึงแก่อนิจกรรมของจุฬาราชมนตรี มีใจความสำคัญว่า สำนักงานจุฬาราชมนตรี ขอแจ้งให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมและพี่น้องชาวไทยได้ทราบว่านายสวาสดิ์ ได้ถึงแก่ อนิจกรรมด้วยโรคหัวใจล้มเหลว เมื่อวันที่ 24 มี.ค.นี้ เวลา 13.10 น. ณ รพ.กรุงเทพ สำนักจุฬาราชมนตรี ได้กำหนดละหมาดญะนาซะห์ (ขอพร) ในวันพฤหัสบดีที่ 25 มี.ค.นี้ เวลา 13.00 น. ณ มัสยิดอัลฮุสนา จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน.

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล