กรมชลประทาน เผย เจ้าพระยาใช้น้ำตามแผนหมดแล้ว ต้องดึงน้ำสำรองของต้นฤดูฝนมาใช้

กรมประชาสัมพันธ์

สนับสนุนเนื้อหา

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน เผย เจ้าพระยาใช้น้ำตามแผนหมดแล้ว ต้องดึงน้ำสำรองของต้นฤดูฝนมาใช้ ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง (20 มี.ค. 53) มีปริมาตรน้ำรวมกันทั้งหมด 44,003 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 60 ของความจุอ่างฯ ทั้งหมด โดยเขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 5,807 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 43 ของความจุอ่างฯ ทั้งหมด เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 4,068 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 43 ของความจุอ่างฯ ทั้งหมด สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง สำหรับแผนการจัดสรรน้ำทั่วประเทศ ที่วางแผนใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง รวมกันจำนวน 20,720 ล้านลูกบาศก์เมตร ใช้ในกิจกรรมต่างๆ อาทิ เพื่อการอุปโภค-บริโภค การรักษาระบบนิเวศน์และอื่นๆ การเกษตรกรรม เป็นต้น โดยปัจจุบันมีการใช้น้ำไปแล้ว 17,029 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 82 ของแผนจัดสรรน้ำ ยังเหลือปริมาณน้ำที่ใช้ได้ตามแผน 3,691 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 18 ทั้งนี้ เฉพาะในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งใช้น้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ รวมกันจำนวน 6,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ร่วมกับการใช้น้ำจากเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จำนวน 400 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อีกจำนวน 600 ล้านลูกบาศก์เมตร และผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองอีก 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมเป็นปริมาณน้ำทั้งสิ้น 8,000 ล้านลูกบาศก์เมตรนั้น ปัจจุบันน้ำที่ใช้ตามแผนจัดสรรน้ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้หมดลงแล้ว ทั้งที่หน้าแล้งยังเหลือเวลาอีกกว่า 1 เดือนเศษๆ จึงจำเป็นต้องดึงน้ำสำรองที่จะเก็บไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนมาใช้ โดยล่าสุด (20 มี.ค. 53) มีการใช้น้ำไปแล้ว 8,244 ล้านลูกบาศก์เมตร เกินแผนที่กำหนดไว้ 244 ล้านลูกบาศก์เมตร หากในช่วงต้นฤดูฝนปีนี้ มีฝนตกในเกณฑ์น้อย จึงมีแนวโน้มที่จะเสี่ยงต่อปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงระยะเวลาดังกล่าวได้ ดังนั้น การงดทำนาปรังครั้งที่ 2 และการร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัด จึงเป็นแนวทางที่ดีที่สุดที่จะลดความรุนแรงจากปัญหาการขาดแคลนน้ำที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เตรียมเครื่องสูบน้ำ เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งจำนวน 1,200 เครื่อง และรถยนต์บรรทุกน้ำอีกจำนวน 295 คัน ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศที่พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือ หากได้รับการร้องขอ ปัจจุบันได้ส่งเครื่องสูบน้ำเข้าไปช่วยเหลือทั่วประเทศแล้ว จำนวน 689 เครื่อง ในพื้นที่ 40 จังหวัด และรถยนต์บรรทุกน้ำ 8 คัน ในพื้นที่ 2 จังหวัด

เรื่องล่าสุดของ ข่าว

ดู ข่าว ทั้งหมด