จารึกแบเบอร์นายกสมัยที่13

จารึกแบเบอร์นายกสมัยที่13

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ลั่นพาตะกร้อไทยกระหึ่มปิดหีบฟันกำไรกว่า9ล้าน

บิ๊กจา ไร้เทียมทาน นั่ง ประมุขตะกร้อไทย สมัยที่ 13 หลัง พล.ร.ต.สมปอง คู่แข่งอีกคนขอถอนตัว ประกาศขอนำหวายไทย กวาด 4 ทอง กวางโจวเกมส์ พร้อมคาดโทษ โค้ช หากทำไม่สำเร็จ เตรียมโละใหม่ทันที สมาคม สุดอู้ฟู่ ปี 2552 ฟันกำไรกว่า 9 ล้านบาท ขณะที่เงินคงคลังมีเพิ่มกว่า 56 ล้านบาท เตรียมนำไปสร้างศูนย์ฝึกตะกร้อแห่งชาติ ให้เสร็จภายใน 2 ปี หวังเป็นมรดกให้คนรุ่นหลังต่อไป

บิ๊กจา พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ นายกสมาคมตะกร้อแห่งประเทศไทย เป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี พ.ศ.2553 ที่ห้องประชุมคณะกรรมการโอลิม ปิกแห่งประเทศไทยฯ เมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา โดย ประธาน แจ้งว่า เป้าหมายสูงสุดในการเข้ามาเป็นนายกสมาคมฯ ก็คือการสร้างศูนย์ฝึกตะกร้อแห่งชาติ เพื่อเป็นที่พักและที่ฝึกซ้อมของนักกีฬาตะกร้อทีมชาติไทย โดยตลอดระยะเวลา 20 กว่าปีที่ได้เข้ามาเป็นนายกสมาคมฯ นั้น สามารถหารายได้ให้กับสมาคมฯ กว่า 50 ล้านบาท ทั้งที่จากเดิมเป็นหนี้อยู่ 60,000 บาท ทั้งนี้ เมื่อสร้างศูนย์ฝึกตะกร้อแห่งชาติ เสร็จแล้วก็จะจดทะเบียนเป็นมูลนิธิ โดยมีนักกีฬาและผู้ฝึกสอนทีมชาติเข้ามาร่วมกันบริหาร จากนั้นตน ก็จะลงจากตำแหน่งเพื่อให้คนอื่นเข้ามาทำหน้าที่ต่อไป

นายกสมาคมตะกร้อฯ ย้ำต่อว่า นักกีฬาไทยจะต้องเป็นที่ 1 ในทุกรายการที่ลงแข่งขัน โดยเราจะต้องมีการคิดค้นเทคนิคใหม่ๆ ขึ้นมาตลอดเวลาเพื่อเป็นผู้นำไม่ใช่ผู้ตาม ขณะที่ในองค์กรนานาชาติ ทั้งสหพันธ์ตะกร้อแห่งเอเชียและนานาชาติ ก็จะต้องมีคนไทยเข้าไปบริหารงานด้วย ไม่เช่นนั้นเราจะต้องเสียเปรียบคู่แข่งอย่างแน่นอน ส่วนอีกเรื่องที่อยากจะเตือนก็คือเรื่องของผลประโยชน์ ไม่อยากให้ผู้บริหารไปเบียดเบียนผลประโยชน์ของนักกีฬา ซึ่งปัจจุบันตนทราบดีว่ายังมีอยู่ เช่นเดียวกับการบริหารงานภายในสมาคมฯ ที่มีความแตกแยกมาตลอด ทั้งนี้ ก็มาจากการที่สโมสรสมาชิกคำนึงถึงแต่การเข้ามาหาผลประโยชน์ใส่ตัวเพียงอย่างเดียว

จากนั้นเข้าสู่วาระสำคัญ คือ การเลือกตั้งนายก และคณะกรรมการบริหารสมาคมตะกร้อฯ มีผู้แทนจาก 18 สโมสรสมาชิก ร่วมลงคะแนน และมีนายวัฒนา ยุคแผน เป็นประธานชั่วคราว ซึ่งสโมสรสมาชิก ได้เสนอชื่อของ พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ กับ พล.ร.ต.สมปอง สังข์สุวรรณ เป็นนายกสมาคมฯ ทำให้ที่ประชุมต้องใช้วิธีการลงคะแนนลับ เพื่อเฟ้นหานายกสมาคมฯ คนใหม่ อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมา พล.ร.ต. สมปอง ได้ขอถอนตัว พร้อมกับกล่าวว่า ตนยังมีภารกิจหลักในการเป็นผู้บัญชาการนาวิกโยธิน ทำหน้าที่ในการป้องกันประเทศ จึงยังไม่เหมาะที่จะเสนอตัวเข้ามารับหน้าที่นี้ ส่งผลให้ พล.ต.จารึก ได้รับเสียงสนับสนุนเป็นนายกสมาคมฯ อีกสมัย และเป็นสมัยที่ 13 ของ บิ๊กจา อีกด้วย มีวาระดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2553- 2554

ส่วนการสรุปงบดุลสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธ.ค.52 สมาคมฯ มีรายได้ 38,662,229.05 บาท มีรายจ่าย 9,667,919.90 บาท สรุปมีรายได้ มากกว่า รายจ่าย 8,994,309.15 บาท ขณะที่งบประมาณสะสมรวมของสมาคมฯ มีทั้งสิ้น 56,150,996.79 บาท

ภายหลังการเลือกตั้ง พล.ต.จารึก กล่าวว่า เป้าหมายต่อไปคือการคว้า 4 เหรียญทอง ในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่นครกวางโจว ประเทศจีน เช่นเดียวกับเอเชี่ยนบีชเกมส์ ครั้งที่ 2 ที่กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน และซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยเฉพาะเอเชี่ยนเกมส์นั้นถือเป็นหัวใจหลักของสมาคมฯ หากทำไม่ได้ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในส่วนของทีมงานผู้ฝึกสอนที่จะต้องทำให้ได้.

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล