พิจิตรสอบโกงจัดซื้อสารเคมีกำจัดเพลี้ย

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายสุวิทย์ วัชโรทยางกูร ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้ประกาศพิจิตรเป็นพื้นที่ภัยพิบัติจากโรคเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และได้อนุมัติเงินทดลองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเพื่อป้องกันปราบปรามเพลี้ยกระโดด เป็นเงินเกือบ 10 ล้านบาท ให้กับ อ.วชิรบารมี 9.9 แสนบาท อ.สากเหล็ก 9.8 แสนบาท อ.วังทรายพูน 2.1 ล้านบาท อ.บางมูลนาก 3.04 ล้านบาท อ.โพทะเล 2.66 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 9.81 ล้านบาท

โดยนักวิชาการจากสำนักงานเกษตร จ.พิจิตร ได้เสนอให้ซื้อสารเคมี 1 ใน 9 รายการ คือ สารเคมีชื่อ คาร์แทปไอโซโพรคาร์บ , ฟิโปรนิล , อีโทเฟนพรอกซ์, บรูโพรเซฟิน , อิมิดาโดลพริด , บรูโพรเซฟิน/ไอโซโพรคาร์บ ,คาร์โบซัลแฟน , ไอโซโบรคาร์บ , คาร์บาริล แต่ปรากฏว่าฝ่ายปกครองกลับไม่เห็นด้วยกับนักวิชาการเกษตร ได้ไปสั่งซื้อสารเคมีที่ชื่อสามัญว่า ฟิโนบูลคาร์บ หรือ ชื่อทางการค้าว่า ไอ - ขาบ ในราคาขวดบรรจุ 1 ลิตร ราคาขวดละ 380 บาท คิดเป็นจำนวนทั้งสิ้น 25,833 ขวด คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 9,816,540 บาท เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับชาวนา ซึ่งปรากฏว่าแจกได้ไม่ทั่วถึง ชาวนาจึงไปหาซื้อสารชนิดดังกล่าว ปรากฏว่าตามท้องตลาด

ซึ่งจ้าของร้าน สิทธิชัยการเกษตร ตลาดสดเทศบาล 1 และ ร้านกล้าเกษตร ถนนสระหลวง ยืนยันราคาว่า ถ้าซื้อย่อยขายปลีกอยู่ที่ขวดละ 180 บาท หรือ อาจได้ถูกกว่านี้ ถ้าซื้อเป็น Lot ใหญ่อาจขายให้ได้ในราคา 150 -160 บาท ก็ขายได้ จึงทำให้ชาวนาพิจิตรต่างวิพากษ์วิจารณ์ ถึงการแพร่ระบาด ของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลใน จ.พิจิตร ที่ไม่ยอมหมดไปมิใช่เกิดจากชาวนา แต่แท้ที่จริงเกิดจาการทุจริต ของการจัดซื้อสารเคมีที่แจกชาวนามีราคาแพงเกินความเป็นจริงกว่า 1 เท่าตัว จึงทำให้ชาวนาพิจิตรต่างวิพากษ์วิจารณ์ ถึงการแพร่ระบาด ของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลใน จ.พิจิตร ที่ไม่ยอมหมดไปมิใช่เกิดจากชาวนา แต่แท้ที่จริงเกิดจาการทุจริต ของการจัดซื้อสารเคมีที่แจกชาวนามีราคาแพงเกินความเป็นจริงกว่า 1 เท่าตัว จึงทำให้แจกยาฆ่าเพลี้ยกระโดดไม่ทั่วถึง ซึ่งถ้าโปร่งใสจะสามารถแจกสารเคมีควบคุมได้ทั้งพื้นที่ และคงไม่ทำให้ชาวนาพิจิตรตกอยู่ในเวรกรรม เช่นนี้